“การรณรงค์เพื่อผลักดันสิ่งอํานวยความสะดวกเพื่อคนทั้งมวล”
นายปิยะบุตร เทียนคําศรี กล่าวว่า เป็นประธานทูตอารยสถาปัตย์กรุงเทพมหานคร ร่วมกันขับเคลื่อนผลักดัน เรื่องสิ่งอำนวยความสะดวกของผู้สูงอายุและคนพิการ ผมใช้รถเข็นไฟฟ้าเพราะผมเป็นคนพิการประเภท 3 (พิการทางการเคลื่อนไหวหรือทางร่างกาย) คือ นั่งรถเข็นวีลแชร์ หากย้อนไปเมื่อ 20 ปีก่อน การผลักดันต่อสู้ในเรื่องที่เกี่ยวกับสิ่งอำนวยความสะดวกยังไม่เอื้อเท่ากับปัจจุบัน เพราะว่าการขนส่งค่อนข้างยาก สมัยก่อนจะไปไหนแต่ละครั้งยากลำบากมาก กว่าจะขึ้นรถเมล์ได้ต้องมีคนช่วย หากเจอคนขับแท็กซี่ที่ใจดีก็โชคดีแต่แทบไม่ค่อยเจอ
เส้นทางในการเป็นประธานทูตอารยสถาปัตย์กรุงเทพมหานคร ต้องขอบคุณ คุณกฤษนะ ละไล ประธานมูลนิธิอารยสถาปัตย์เพื่อคนทั้งมวล และคุณวรยุทธ กิจกูล เจ้าของบริษัท สยามนิชชิน จำกัด ที่เห็นถึงศักยภาพของผมและเห็นถึงแนวคิดในการทำงานเครือข่ายการพัฒนาบุคลากร จนประสบความสำเร็จในส่วนหน้าที่ของทูตอารยสถาปัตย์ คือ ช่วยกันลงพื้นที่ผ่านทางแอพพลิเคชั่น ปัจจุบันสำรวจตามแนวรถไฟฟ้า ฟุตบาท ต่อให้มีรถเมล์ชานต่ำ มีรถไฟฟ้าบีทีเอส อย่างดี แต่ถ้าฟุตบาททางเท้ายังใช้งานไม่ได้ สิ่งเหล่านี้ก็เปล่าประโยชน์ และสังคมจะบอกว่าไม่เห็นมีคนพิการมาใช้บริการเลย ผมและทีมงานส่วนหนึ่งดูแอพพลิเคชั่นว่า เราจะทำการสำรวจฟุตบาทแนวรถไฟฟ้าเริ่มตั้งแต่ตรงไหนถึงจุดไหน เก็บทุกรายละเอียดเวลาที่ลงสํารวจ ปัญหาอุปสรรคที่พบ ผู้รับเหมาไม่ใส่ใจทำอย่างชัดเจน ทั้งๆ ที่ได้รับคำสั่งหรือนโยบายมาจากทางหน่วยงานราชการ แต่ในการปฏิบัติผู้รับเหมาไม่ได้อยู่หน้างานให้ลูกน้องลงมือปฏิบัติ ผมเคยลงสำรวจกับทางสำนักงานโยธาเจอข้อผิดพลาดหลายอย่าง ก็ไม่ได้อยากตําหนิแต่อยากให้มันดี ไม่อยากให้พี่น้องประชาชนได้รับอุบัติเหตุ สิ่งที่ยากที่สุดในการรณรงค์เรื่องทางเท้า คือ จิตสํานึก ขอยกตัวอย่างคลองโอ่งอ่าง เมื่อก่อนรถเข็นวีลแชร์ไม่สามารถไปได้ โดยผมเริ่มทําความเข้าใจกับท่าน พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ตั้งแต่อดีตกับทางสํานักการโยธา กรุงเทพมหานคร ต้องทำให้พื้นเสมอกัน เพื่อให้พี่น้องประชาชนได้เข้าใจถึงสิ่งที่ปรับปรุง ต้องใช้เวลาในการอธิบายพอสมควร เพราะว่าสิ่งที่ทำจะมาเพิ่มยอดขายให้กับตลาดและสถานที่ชุมชนบริเวณนั้น มีความสะดวกได้รับประโยชน์ เช่น ในด้านธุรกิจ การค้าขาย เมื่อพวกเขายอมรับและการปรับปรุงแล้วเสร็จ ชาวบ้านบริเวณนั้นจึงเข้าใจมากขึ้น
ปัจจุบันทางทูตอารยะมีการรณรงค์และพัฒนาให้เป็นเมืองเพื่อคนทั้งมวล โดยเริ่มจากบริเวณรอบเกาะรัตนโกสินทร์ก่อนว่าตรงนั้นมีพี่น้องที่ใช้วีลแชร์หรือชาวต่างชาติที่มีลูกเล็กๆ เข็นรถเที่ยวกัน ส่วนหนึ่งตรงฟุตบาทฝั่งหน้าวัดพระแก้วรถเข็นสามารถขึ้นไปใช้บนฟุตบาทได้ รถเข็นส่วนมากขึ้นไปข้างบนได้แล้ว สามารถเข็นอยู่บนฟุตบาทได้ และอยากเห็นทุกที่ให้ความร่วมมือ ให้เป็นผู้รับเหมาคนเดียวหรือให้เป็นมาตรฐานเดียวกันหรือใกล้เคียงกัน อย่างเช่น ผู้รับเหมาแถวสยามที่ทำทางลาดแบบหน้าเต็ม อยากให้เป็นอย่างนั้นทุกที่ ให้มีมาตรฐานใกล้เคียงกัน แล้วนำเอามาตรฐานดีๆ ไปใช้ในที่อื่นๆ อยากให้เป็นแบบเดียวกัน ต่อให้ไม่ใช่ผู้รับเหมาคนเดียวกันแต่ใช้แบบเดียวกันเพื่อให้ได้มาตรฐาน ไม่ใช่ทำกันคนละแบบ คนละทิศละทาง ใช้ได้บ้าง ไม่ได้บ้าง ซึ่งไม่เป็นประโยชน์
นายปิยะบุตร เทียนคําศรี ทิ้งท้ายว่า “การออกแบบทางลาด ลิฟต์ ที่พวกเราร่วมกันเรียกร้อง พี่น้องประชาชนอาจจะไม่เข้าใจว่าทําไมถึงต้องเรื่องมาก เรื่องเยอะ อย่างนู้น อย่างนี้ อย่างนั้น สิ่งที่พวกเรากําลังทำกันอยู่ หมายถึงว่า ทุกคนสามารถใช้งานได้ ผู้สูงอายุยิ่งใช้งานได้อย่างปลอดภัย ไม่ต้องกลัวเรื่องอุบัติเหตุ อันตรายจากการใช้งาน สามารถใช้งานร่วมกันได้ หมายความว่าปลอดภัย ไม่มีอุปสรรค ไม่มีอุบัติเหตุใดๆ อยากให้ทุกคนมีความสุขกับการเดินทาง ไม่อยากให้เกิดอุบัติเหตุกับพี่น้องประชาชน และขอความร่วมมือจากประชาชนทุกภาคส่วน ช่วยกันผลักดัน การออกแบบเมืองเพื่อคนทั้งมวลไม่ใช่แต่คนพิการที่ได้ประโยชน์ ทุกคนได้ประโยชน์ นักท่องเที่ยว ผู้สูงอายุ แม่-พ่อที่ใช้รถเข็นเด็ก ล้วนแต่ใช้ชีวิตได้สะดวกมากขึ้นเมื่อเรามีสิ่งอำนวยความสะดวกที่ดี”
เส้นทางในการเป็นประธานทูตอารยสถาปัตย์กรุงเทพมหานคร ต้องขอบคุณ คุณกฤษนะ ละไล ประธานมูลนิธิอารยสถาปัตย์เพื่อคนทั้งมวล และคุณวรยุทธ กิจกูล เจ้าของบริษัท สยามนิชชิน จำกัด ที่เห็นถึงศักยภาพของผมและเห็นถึงแนวคิดในการทำงานเครือข่ายการพัฒนาบุคลากร จนประสบความสำเร็จในส่วนหน้าที่ของทูตอารยสถาปัตย์ คือ ช่วยกันลงพื้นที่ผ่านทางแอพพลิเคชั่น ปัจจุบันสำรวจตามแนวรถไฟฟ้า ฟุตบาท ต่อให้มีรถเมล์ชานต่ำ มีรถไฟฟ้าบีทีเอส อย่างดี แต่ถ้าฟุตบาททางเท้ายังใช้งานไม่ได้ สิ่งเหล่านี้ก็เปล่าประโยชน์ และสังคมจะบอกว่าไม่เห็นมีคนพิการมาใช้บริการเลย ผมและทีมงานส่วนหนึ่งดูแอพพลิเคชั่นว่า เราจะทำการสำรวจฟุตบาทแนวรถไฟฟ้าเริ่มตั้งแต่ตรงไหนถึงจุดไหน เก็บทุกรายละเอียดเวลาที่ลงสํารวจ ปัญหาอุปสรรคที่พบ ผู้รับเหมาไม่ใส่ใจทำอย่างชัดเจน ทั้งๆ ที่ได้รับคำสั่งหรือนโยบายมาจากทางหน่วยงานราชการ แต่ในการปฏิบัติผู้รับเหมาไม่ได้อยู่หน้างานให้ลูกน้องลงมือปฏิบัติ ผมเคยลงสำรวจกับทางสำนักงานโยธาเจอข้อผิดพลาดหลายอย่าง ก็ไม่ได้อยากตําหนิแต่อยากให้มันดี ไม่อยากให้พี่น้องประชาชนได้รับอุบัติเหตุ สิ่งที่ยากที่สุดในการรณรงค์เรื่องทางเท้า คือ จิตสํานึก ขอยกตัวอย่างคลองโอ่งอ่าง เมื่อก่อนรถเข็นวีลแชร์ไม่สามารถไปได้ โดยผมเริ่มทําความเข้าใจกับท่าน พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ตั้งแต่อดีตกับทางสํานักการโยธา กรุงเทพมหานคร ต้องทำให้พื้นเสมอกัน เพื่อให้พี่น้องประชาชนได้เข้าใจถึงสิ่งที่ปรับปรุง ต้องใช้เวลาในการอธิบายพอสมควร เพราะว่าสิ่งที่ทำจะมาเพิ่มยอดขายให้กับตลาดและสถานที่ชุมชนบริเวณนั้น มีความสะดวกได้รับประโยชน์ เช่น ในด้านธุรกิจ การค้าขาย เมื่อพวกเขายอมรับและการปรับปรุงแล้วเสร็จ ชาวบ้านบริเวณนั้นจึงเข้าใจมากขึ้น
ปัจจุบันทางทูตอารยะมีการรณรงค์และพัฒนาให้เป็นเมืองเพื่อคนทั้งมวล โดยเริ่มจากบริเวณรอบเกาะรัตนโกสินทร์ก่อนว่าตรงนั้นมีพี่น้องที่ใช้วีลแชร์หรือชาวต่างชาติที่มีลูกเล็กๆ เข็นรถเที่ยวกัน ส่วนหนึ่งตรงฟุตบาทฝั่งหน้าวัดพระแก้วรถเข็นสามารถขึ้นไปใช้บนฟุตบาทได้ รถเข็นส่วนมากขึ้นไปข้างบนได้แล้ว สามารถเข็นอยู่บนฟุตบาทได้ และอยากเห็นทุกที่ให้ความร่วมมือ ให้เป็นผู้รับเหมาคนเดียวหรือให้เป็นมาตรฐานเดียวกันหรือใกล้เคียงกัน อย่างเช่น ผู้รับเหมาแถวสยามที่ทำทางลาดแบบหน้าเต็ม อยากให้เป็นอย่างนั้นทุกที่ ให้มีมาตรฐานใกล้เคียงกัน แล้วนำเอามาตรฐานดีๆ ไปใช้ในที่อื่นๆ อยากให้เป็นแบบเดียวกัน ต่อให้ไม่ใช่ผู้รับเหมาคนเดียวกันแต่ใช้แบบเดียวกันเพื่อให้ได้มาตรฐาน ไม่ใช่ทำกันคนละแบบ คนละทิศละทาง ใช้ได้บ้าง ไม่ได้บ้าง ซึ่งไม่เป็นประโยชน์
นายปิยะบุตร เทียนคําศรี ทิ้งท้ายว่า “การออกแบบทางลาด ลิฟต์ ที่พวกเราร่วมกันเรียกร้อง พี่น้องประชาชนอาจจะไม่เข้าใจว่าทําไมถึงต้องเรื่องมาก เรื่องเยอะ อย่างนู้น อย่างนี้ อย่างนั้น สิ่งที่พวกเรากําลังทำกันอยู่ หมายถึงว่า ทุกคนสามารถใช้งานได้ ผู้สูงอายุยิ่งใช้งานได้อย่างปลอดภัย ไม่ต้องกลัวเรื่องอุบัติเหตุ อันตรายจากการใช้งาน สามารถใช้งานร่วมกันได้ หมายความว่าปลอดภัย ไม่มีอุปสรรค ไม่มีอุบัติเหตุใดๆ อยากให้ทุกคนมีความสุขกับการเดินทาง ไม่อยากให้เกิดอุบัติเหตุกับพี่น้องประชาชน และขอความร่วมมือจากประชาชนทุกภาคส่วน ช่วยกันผลักดัน การออกแบบเมืองเพื่อคนทั้งมวลไม่ใช่แต่คนพิการที่ได้ประโยชน์ ทุกคนได้ประโยชน์ นักท่องเที่ยว ผู้สูงอายุ แม่-พ่อที่ใช้รถเข็นเด็ก ล้วนแต่ใช้ชีวิตได้สะดวกมากขึ้นเมื่อเรามีสิ่งอำนวยความสะดวกที่ดี”


