“การทำสื่อคนพิการแบบมืออาชีพ ตอนที่ 1”
คุณเพชรน้ำหนึ่ง ศรีวรรธนะ กล่าวว่า บริษัท โพสซิทีฟ ครีเอชั่น ผลิตรายการโทรทัศน์เกี่ยวกับคนพิการ และกิจกรรมอื่นๆ ที่เกี่ยวกับคนพิการ เช่น เว็บไซต์ ยูทูป ติ๊กต๊อก เป็นต้น การที่คนพิการผลิตรายการคนพิการต่างจากคนที่ไม่พิการผลิตรายการคนพิการ เป็นเรื่องมุมมองของคนพิการที่พยายามทำให้สังคมได้รู้จักคนพิการ แต่ถ้าคนที่ไม่พิการผลิตรายการคนพิการถือว่าดี ทําให้กว้างขวางมากขึ้น คนไม่พิการสามารถผลิตได้แต่สิ่งที่สื่อออกไปกับสังคมมันอาจจะไม่ถูกต้อง ผิดพลาดบ้าง ทำให้มุมมองที่สังคมมองอาจจะเป็นในเชิงของความสงสาร เวทนาเหมือนที่ผ่านมา แต่คนพิการไม่ได้อยากให้มองแบบนั้น เพราะฉะนั้นสิ่งที่คนพิการนําเสนอในสื่อต่างๆ พยายามนําเสนอว่า คนพิการเป็นคนที่มีศักยภาพ สามารถทำได้หลายอย่างมากกว่าที่คิด
เริ่มตั้งแต่ปี 2545 ทำรายการวิทยุ แล้วเติบโตมาเป็นรายการทีวี คุณพ่อบอกว่า ถ้าทำรายการวิทยุได้ น่าจะทำรายการทีวีได้ จึงลองเขียนโครงการหรือโปรเจกต์นําไปเสนอกับคนที่มีความเกี่ยวข้องกับรายการที่อยากทำ เช่น อยากทำรายการท่องเที่ยว อาจไปเสนอบริษัท บุญรอด , การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย เป็นต้น จนกระทั่งในที่สุด ได้รับการสนับสนุนจึงเริ่มทำเป็น รายการท่องเที่ยว ที่ใช้เวลาสั้นๆ 3 – 5 นาที ต่อมาได้เพิ่มเวลาเป็นครึ่งชั่วโมง เป็นเวลา 10 ปี หลังจากนั้นเริ่มทำเป็นอาชีพ เพราะเห็นว่ามีพี่ๆ น้องๆ หลายคนเริ่มทําด้านท่องเที่ยวกัน จึงเปลี่ยนมาเป็นด้านอาชีพซึ่งมีความสำคัญกับคนพิการ อย่างน้อยได้เป็นแนวทางให้กับพี่ๆ น้องๆ คนพิการได้มีมุมมองใหม่ๆ สามารถเริ่มต้นใช้ชีวิตได้ ต่อมาทำเรื่องสตรีพิการ และกลับมาทำท่องเที่ยวอีกคือ รายการ Wheel Journey (วีล เจอร์นี่) รูปแบบรายการในปี 2566 เป็นคนพิการเดินทางท่องเที่ยวต้องพบเจออะไร โดยเริ่มจากตัวเองซึ่งเป็นคนพิการรุนแรงนั่งรถวีลแชร์ และเป็นคนชอบเดินทางท่องเที่ยว เวลาไปไหนต้องรู้ว่าปลายทางเป็นอย่างไร ไปแล้วจะได้ไม่เสียเที่ยว และต้องเตรียมตัวอะไรบ้าง แล้วจึงตัดสินใจว่าสามารถไปได้หรือไปไม่ได้ด้วยตนเอง
เริ่มต้นจากคําว่า อยากไปเที่ยว เราอยากจะไปตรงนี้ และอยากรู้ว่าคนพิการอย่างเราสามารถไปได้หรือเปล่า ซึ่งจริงๆ แล้วคนพิการมีหลายระดับ บางคนพิการมาก บางคนพิการน้อย บางที่เราสามารถไปได้ บางที่ไม่สามารถไปได้ เช่น ถ้ำพญานาคาหรือนาคี คนพิการบางคนสามารถไปได้ แต่สำหรับเพชรไม่สามารถไปได้อย่างแน่นอน ทำรายการขึ้นมาเพื่อเป็นการรีวิว ไม่ได้ตัดสินว่า ตรงนี้มีสิ่งอำนวยความสะดวกหรือไม่ แค่บอกกล่าวเฉยๆ ว่าตรงนี้เป็นอย่างไร แล้วให้ตัดสินใจเองว่าควรไปหรือไม่ควรไปอย่างไร ซึ่งนําไปสู่ที่เรียกว่า แนวคิดการดํารงชีวิตอิสระ (Independent Living) คือ สามารถตัดสินใจด้วยตัวเองได้ แทนที่เมื่อก่อนมีคนบอกว่า “ลำบากไม่ต้องไปหรอก อยู่บ้านเถอะ ฉันไปก่อน เธออยู่บ้าน เดี๋ยวกลับมาเล่าให้ฟัง ถ่ายรูปมาให้ดู” แบบนี้เป็นการปลอบใจ เราไม่ได้ไปอยู่ ณ จุดนั้น ไม่ได้สัมผัสบรรยากาศตรงนั้น
เรื่องของการท่องเที่ยวมีกฎหมายว่า เป็นสิทธิขั้นพื้นฐานของมนุษย์ทุกคนที่จะสามารถเดินทางท่องเที่ยวได้ ต้องมีงานวิจัยออกมามากมายว่า การท่องเที่ยวเป็นสิ่งที่เยียวยาหัวใจของคน เป็นสิ่งที่เยียวยาจิตใจของมนุษย์ได้ เพราะการที่คุณสามารถเดินทางไปถึงจุดหมายปลายทางได้ ทําให้นักเดินทางเกิดความภาคภูมิใจในตัวเอง เป็นการแก้ปัญหาในบางจุดให้กับคนทั่วไป รวมถึงคนพิการด้วย มีงานวิจัยของต่างประเทศออกมาชัดเจนมาก เป็นความสำคัญสำหรับคนทุกๆ คนในการที่จะออกเดินทางจากบ้านเพื่อที่จะไปหาประสบการณ์ใหม่ๆ ให้กับตัวเอง
การที่ทำสื่อรายการทีวีรายการหนึ่ง เริ่มจาก 1) ต้องมีแนวคิดก่อนว่าทำเพื่ออะไรที่จะเป็นประโยชน์สำหรับรายการ ทำเพื่อเป็นประโยชน์สำหรับคนพิการจริงๆ และย้ำกับทีมงานอยู่ตลอดว่า สิ่งที่กําลังทำอยู่ต้องทำให้เกิดประโยชน์กับคนดูซึ่งเป็นคนพิการ เพราะฉะนั้นต้องมีแนวคิดก่อน 2) กลุ่มเป้าหมาย/คนที่จะดูรายการ จากนั้นจึงคิดรูปแบบรายการที่จะนําเสนอว่าเป็นแบบไหน ดูแล้วสนุก มีคนติดตาม โดยคำนึงถึงค่าใช้จ่าย เพราะการทำรายการมันเป็นศิลปะ ต้องมีปัจจัยที่เรียกว่า “พาณิชยศิลป์ (Commercial Art)” เป็นงานศิลปะที่เกี่ยวข้องกับการออกแบบเพื่อสนับสนุนการค้าและการบริการ เพื่อให้ประสบผลสำเร็จตามจุดมุ่งหมาย
เริ่มตั้งแต่ปี 2545 ทำรายการวิทยุ แล้วเติบโตมาเป็นรายการทีวี คุณพ่อบอกว่า ถ้าทำรายการวิทยุได้ น่าจะทำรายการทีวีได้ จึงลองเขียนโครงการหรือโปรเจกต์นําไปเสนอกับคนที่มีความเกี่ยวข้องกับรายการที่อยากทำ เช่น อยากทำรายการท่องเที่ยว อาจไปเสนอบริษัท บุญรอด , การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย เป็นต้น จนกระทั่งในที่สุด ได้รับการสนับสนุนจึงเริ่มทำเป็น รายการท่องเที่ยว ที่ใช้เวลาสั้นๆ 3 – 5 นาที ต่อมาได้เพิ่มเวลาเป็นครึ่งชั่วโมง เป็นเวลา 10 ปี หลังจากนั้นเริ่มทำเป็นอาชีพ เพราะเห็นว่ามีพี่ๆ น้องๆ หลายคนเริ่มทําด้านท่องเที่ยวกัน จึงเปลี่ยนมาเป็นด้านอาชีพซึ่งมีความสำคัญกับคนพิการ อย่างน้อยได้เป็นแนวทางให้กับพี่ๆ น้องๆ คนพิการได้มีมุมมองใหม่ๆ สามารถเริ่มต้นใช้ชีวิตได้ ต่อมาทำเรื่องสตรีพิการ และกลับมาทำท่องเที่ยวอีกคือ รายการ Wheel Journey (วีล เจอร์นี่) รูปแบบรายการในปี 2566 เป็นคนพิการเดินทางท่องเที่ยวต้องพบเจออะไร โดยเริ่มจากตัวเองซึ่งเป็นคนพิการรุนแรงนั่งรถวีลแชร์ และเป็นคนชอบเดินทางท่องเที่ยว เวลาไปไหนต้องรู้ว่าปลายทางเป็นอย่างไร ไปแล้วจะได้ไม่เสียเที่ยว และต้องเตรียมตัวอะไรบ้าง แล้วจึงตัดสินใจว่าสามารถไปได้หรือไปไม่ได้ด้วยตนเอง
เริ่มต้นจากคําว่า อยากไปเที่ยว เราอยากจะไปตรงนี้ และอยากรู้ว่าคนพิการอย่างเราสามารถไปได้หรือเปล่า ซึ่งจริงๆ แล้วคนพิการมีหลายระดับ บางคนพิการมาก บางคนพิการน้อย บางที่เราสามารถไปได้ บางที่ไม่สามารถไปได้ เช่น ถ้ำพญานาคาหรือนาคี คนพิการบางคนสามารถไปได้ แต่สำหรับเพชรไม่สามารถไปได้อย่างแน่นอน ทำรายการขึ้นมาเพื่อเป็นการรีวิว ไม่ได้ตัดสินว่า ตรงนี้มีสิ่งอำนวยความสะดวกหรือไม่ แค่บอกกล่าวเฉยๆ ว่าตรงนี้เป็นอย่างไร แล้วให้ตัดสินใจเองว่าควรไปหรือไม่ควรไปอย่างไร ซึ่งนําไปสู่ที่เรียกว่า แนวคิดการดํารงชีวิตอิสระ (Independent Living) คือ สามารถตัดสินใจด้วยตัวเองได้ แทนที่เมื่อก่อนมีคนบอกว่า “ลำบากไม่ต้องไปหรอก อยู่บ้านเถอะ ฉันไปก่อน เธออยู่บ้าน เดี๋ยวกลับมาเล่าให้ฟัง ถ่ายรูปมาให้ดู” แบบนี้เป็นการปลอบใจ เราไม่ได้ไปอยู่ ณ จุดนั้น ไม่ได้สัมผัสบรรยากาศตรงนั้น
เรื่องของการท่องเที่ยวมีกฎหมายว่า เป็นสิทธิขั้นพื้นฐานของมนุษย์ทุกคนที่จะสามารถเดินทางท่องเที่ยวได้ ต้องมีงานวิจัยออกมามากมายว่า การท่องเที่ยวเป็นสิ่งที่เยียวยาหัวใจของคน เป็นสิ่งที่เยียวยาจิตใจของมนุษย์ได้ เพราะการที่คุณสามารถเดินทางไปถึงจุดหมายปลายทางได้ ทําให้นักเดินทางเกิดความภาคภูมิใจในตัวเอง เป็นการแก้ปัญหาในบางจุดให้กับคนทั่วไป รวมถึงคนพิการด้วย มีงานวิจัยของต่างประเทศออกมาชัดเจนมาก เป็นความสำคัญสำหรับคนทุกๆ คนในการที่จะออกเดินทางจากบ้านเพื่อที่จะไปหาประสบการณ์ใหม่ๆ ให้กับตัวเอง
การที่ทำสื่อรายการทีวีรายการหนึ่ง เริ่มจาก 1) ต้องมีแนวคิดก่อนว่าทำเพื่ออะไรที่จะเป็นประโยชน์สำหรับรายการ ทำเพื่อเป็นประโยชน์สำหรับคนพิการจริงๆ และย้ำกับทีมงานอยู่ตลอดว่า สิ่งที่กําลังทำอยู่ต้องทำให้เกิดประโยชน์กับคนดูซึ่งเป็นคนพิการ เพราะฉะนั้นต้องมีแนวคิดก่อน 2) กลุ่มเป้าหมาย/คนที่จะดูรายการ จากนั้นจึงคิดรูปแบบรายการที่จะนําเสนอว่าเป็นแบบไหน ดูแล้วสนุก มีคนติดตาม โดยคำนึงถึงค่าใช้จ่าย เพราะการทำรายการมันเป็นศิลปะ ต้องมีปัจจัยที่เรียกว่า “พาณิชยศิลป์ (Commercial Art)” เป็นงานศิลปะที่เกี่ยวข้องกับการออกแบบเพื่อสนับสนุนการค้าและการบริการ เพื่อให้ประสบผลสำเร็จตามจุดมุ่งหมาย


