“คนพิการกับการเลือกตั้ง ตอนที่ 1”
นายสุภวัฒน์ เสมอภาค กล่าวว่า ปัจจุบันนี้สังเกตได้ว่า นโยบายเริ่มมีความหลากหลายมากยิ่งขึ้น เช่น เรื่องเกี่ยวกับคนพิการรวมถึงคนพิการมีความสนใจในเรื่องการเมืองมากขึ้น เพราะอาจจะเริ่มเห็นว่า มีคนพิการบางคนเข้าไปในแวดวงการเมือง เพราะว่า สว. จะมีการสรรหามีตัวแทนของคนพิการเข้าไปอยู่แล้ว แต่ที่พูดเรื่องของ สส. จะเห็นความแตกต่างจาก ปี 2562 ได้มี สส. ที่เป็นคนพิการคนแรกเข้าไปมีส่วนร่วมทางการเมือง เห็นว่ามีคนพิการสนใจเข้ามาร่วมเล่นการเมืองเยอะขึ้น ส่วนหนึ่งเป็นเพราะว่าคนพิการมองเห็นปัญหาบางอย่าง ว่าการขับเคลื่อนงานด้านคนพิการขึ้นอยู่กับเรื่องของกฎหมายเป็นหลัก การที่จะแก้ไขกฎหมายไม่ใช่เรื่องง่ายกว่าจะชงกฎหมายขึ้นไปถึงสภาผู้แทน กว่าจะมีการตัดมติค่อนข้างยุ่งยากกลายเป็นงานฝากให้ช่วยพิจารณา ไม่เหมือนเราเข้าไปผลักดันด้วยตนเอง
เมื่ออดีตจะเห็นว่าเวลาคนพิการไปใช้สิทธิเลือกตั้งที่คูหาต่างๆ ตามพื้นที่ที่ตัวเองอาศัย บางคนบ่นว่า ไปแล้วไม่สะดวก ต้องยกขึ้นบันได ต้องให้เจ้าหน้าที่ช่วยอำนวยความสะดวกต่างๆ บางคนรู้สึกเบื่อ ยุ่งยาก ไม่ไปดีกว่า เป็นต้น เหมือนกับได้มีการผลักดันกฎหมาย เนื่องจากมีกฎหมายรองรับอยู่แล้ว และอนุสัญญาว่าด้วยสิทธิของคนพิการเป็นกฎหมายที่ทั่วโลกยึดถือกัน เมื่อพูดถึงกฎหมายภายในประเทศ เรามีรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ปี 2560 ซึ่งรองรับเรื่องสิทธิและคุ้มครองสิทธิของคนพิการ และเจาะลึกลงไปคือ พระราชบัญญัติส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ ปี 2556 ปรับปรุงแก้ไข ฉบับที่ 2 เรื่องการเข้าถึงสิทธิของคนพิการ และพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ปี 2561 ปัจจุบันมีกฎหมายรองรับ มาตรา 92 ว่า เจ้าหน้าที่หรือหน่วยเลือกตั้ง ต้องเตรียมตัวอย่างไร มีวิธีการอย่างไร ขอยกเนื้อหาบางประการในมาตรา 92 ว่า เพื่อที่จะอำนวยความสะดวกให้กับคนพิการ ทางคณะกรรมการจัดให้มีการอำนวยความสะดวกสำหรับการออกเสียงลงคะแนนของบุคคลดังกล่าวไว้เป็นพิเศษ หรือจัดให้มีการช่วยเหลือในการออกเสียง เป็นส่วนหนึ่งที่จำเป็นต้องให้คนพิการหรือผู้สูงอายุได้รับการอำนวยความสะดวก เว้นแต่ลักษณะทางกายภาพทำให้คนพิการหรือผู้ทุพพลภาพหรือผู้สูงอายุไม่สามารถทำเครื่องหมายลงในบัตรเลือกตั้งได้ ผู้อื่นหรือกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้งเป็นผู้กระทำแทน โดยความยินยอม และเป็นไปตามเจตนาของคนพิการหรือผู้ทุพพลภาพหรือผู้สูงอายุนั้นให้ถือเป็นการออกเสียงลงคะแนนโดยตรง ซึ่งเป็นประเด็นสำคัญที่ทำให้คนพิการบางคนบางกลุ่มที่จำเป็นต้องการความช่วยเหลือ ที่จำเป็นต้องมีการอำนวยความสะดวกในการเข้าไปใช้สิทธิ์ในการเลือกตั้งในคูหาได้ รวมถึงในเรื่องของทางกรรมการการเลือกตั้งอาจจะกำหนดให้มีการจัดที่เลือกตั้งสำหรับคนพิการหรือผู้สูงอายุเป็นกรณีพิเศษ อันนี้คือเป็นหน่วยเลือกตั้งพิเศษที่สามารถจัดตั้งขึ้นมาได้ ยกตัวอย่าง การเลือกตั้งครั้งที่แล้ว เมื่อปี 2562 มีอยู่ประมาณ 8 หน่วย เช่น บ้านบางแค ที่มีผู้สูงอายุหรือผู้สูงอายุที่พิการเป็นจำนวนมาก สามารถที่จะจัดหน่วยเลือกตั้งขึ้นมาเอง ได้โดยที่ไม่ต้องให้เดินทางไปเลือกตั้ง ในวันเลือกตั้งจริง ซึ่งตัวหน่วยเลือกตั้งพิเศษจะจัดในวันเดียวกันกับวันเลือกตั้งล่วงหน้า
จากกฎหมายเหมือนเป็นการปลดล็อคว่าคนพิการรุนแรงที่อาจจะมีความพิการรุนแรงหรือคนพิการที่อาจจะไปลงคะแนนแล้วอาจเกิดการสุ่มเสี่ยงต่อการลงคะแนนแล้วทำให้เกิดบัตรเสีย เช่น คนที่เป็นโรคพาร์กินสัน มือสั่น มีโอกาสเสี่ยงที่เวลากากบาท อาจจะหลุดออกนอกกรอบ ทำให้เกิดบัตรเสียได้ หรือตัวผมซึ่งเป็นคนพิการรุนแรง ไม่สามารถใช้มือจับปากกาหรือเขียนได้ ก่อนหน้าที่จะมีกฎหมายตัวนี้ออกมา การเลือกตั้งที่ผ่านมา ผมต้องใช้ปากคาบปากกาเพื่อกาลงในบัตร เจ้าหน้าที่ช่วยได้ไม่เต็มที่ เพราะกลัวผิดกฎระเบียบของการเลือกตั้ง
กฎหมายทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในเรื่องของการอำนวยความสะดวก ยกตัวอย่าง กรณีคนตาบอดทำให้เกิดอุปกรณ์เสริมขึ้นมา เช่น บัตรทาบที่มีอักษรเบลล์ เพื่อให้คนพิการสามารถอ่านอักษรเบลล์ แล้วกาในช่องที่ตนเองต้องการได้ หรือถ้าเป็นคนพิการทางการเคลื่อนไหวจะมีเจ้าหน้าที่คอยเข้ามาช่วยเขียน หรือถ้าจำเป็นที่จะต้องให้เขาช่วยกากบาทลงคะแนนให้ อยู่ในดุลพินิจว่าอยากจะให้คนที่มากับเราเป็นญาติ หรือให้เจ้าหน้าที่ที่อยู่ในหน่วยเข้ามาช่วยในการกากบาทให้ เพราะว่าการกากบาทเราต้องเป็นคนบอก ตามเจตนารมณ์ของเรา เขาจะต้องกากบาทตามที่เราบอก อันนี้ถือเป็นมิติใหม่
ที่ผ่านมาในฐานะเครือข่ายคนพิการ ทำงานร่วมกับเครือข่ายเฝ้าระวังการเลือกตั้ง มีการทำงานร่วมกับทาง กกต. มีการพัฒนาคู่มือการเลือกตั้ง เพื่อส่งเสริมการเข้าถึงสิทธิการเลือกตั้งของคนไทยทุกคน นำเสนอคู่มือการจัดการเลือกตั้งเพื่อส่งเสริมการเข้าถึงสิทธิการเลือกตั้งของคนไทยทุกคน โดยคู่มือนี้ทางเครือข่ายคนพิการร่วมกับทางเครือข่ายเฝ้าระวังการเลือกตั้งจัดทำร่วมกับ กกต. ซึ่งคู่มือนี้เป็นเหมือนเช็คลิสต์ในช่วงก่อนเลือกตั้งว่าทำอะไรไปหรือยัง เตรียมตัวอะไรให้กับสังคมคนพิการไว้หรือไม่ ระหว่างการเลือกตั้งได้จัดเตรียมคูหา พื้นที่ อุปกรณ์การเลือกตั้งแล้วหรือยัง หลังการเลือกตั้งได้มีการประชาสัมพันธ์เผยแพร่ เป็นต้น ซึ่งได้แบบอย่างมาจากประเทศฟิลิปปินส์ประมาณ 300 กว่าข้อ แต่หลังจากได้พูดคุยกับทาง กกต. แล้ว รับได้ประมาณ 100 กว่าข้อ แต่ปัญหาคือ คู่มือจัดทำแล้วเมื่อปี 2560 ตอนการเลือกตั้ง ปี 2562 ไม่ได้นำมาใช้เป็นที่น่าเสียดายว่าครั้งนั้นควรนำมาทดลอง เพราะว่าทางเครือข่ายต่างๆ เช่น เครือข่ายคนพิการ เครือข่ายเฝ้าระวังการเลือกตั้ง เป็นต้น แต่ครั้งนี้ ผมได้มีโอกาสนำเสนอเข้าไปอีกครั้งหนึ่ง คิดว่า กกต. น่าจะเอามาใช้ เพื่อที่จะให้ กกต. ได้รู้ ได้รับทราบ ได้เข้าใจด้วยว่าการจัดการเลือกตั้งมีความพร้อมแค่ไหน เพราะจริงๆ แล้วไม่ได้หวังแค่ให้คนพิการไปเลือกตั้งในคูหาได้สะดวกอย่างเดียว เราหวังถึงการเปลี่ยนแปลงที่จะทำให้คนพิการหรือผู้สูงอายุที่ติดเตียงอยู่บ้านได้มีโอกาสเลือกตั้งด้วย พอเราได้มีโอกาสเข้าไปนำเสนอคู่มือนี้ให้กับทาง กกต. ได้ทราบว่าเราเคยมีการจัดทำร่วมกันมาแล้ว มันจะส่งผลให้ทาง กกต. ทุกหน่วยต้องมีการปรับในเรื่องของอุปกรณ์ต่างๆ ที่จะทำให้คนพิการที่ใช้รถเข็นสามารถเข้าถึงได้ เพราะว่า ปัจจุบันจะเห็นว่าหน่วยเลือกตั้งแต่ละหน่วยใช้โต๊ะนักเรียนซึ่งมีขนาดเล็กและแคบ รถเข็นไม่สามารถเข้าได้ คนที่มาใช้สิทธิทั่วไปต้องก้ม รวมถึงหน่วยเลือกตั้งทุกหน่วยจำเป็นต้องเตรียมแผ่นทาบอักษรเบลล์ เพื่อคนพิการทางสายตามเข้ามาเลือกตั้งได้
นายสุภวัฒน์ เสมอภาค ทิ้งท้ายว่า “เรื่องของการกำหนดจุดเป็นส่วนสำคัญ เพราะต้องเข้าใจว่า กกต. เป็นแค่คนที่จัดกิจกรรมให้เกิดการเลือกตั้งแต่ไม่ได้เป็นเจ้าของสถานที่ ดังนั้นเวลาเข้าไปใช้สถานที่ต้องดูว่าสถานที่นั้นเหมาะสมหรือไม่ เช่น จัดสถานที่ใต้อาคาร ซึ่งอาคารไม่มีทางลาดให้วีลแชร์ขึ้นได้ อาจจะต้องมีการกำหนดสถานที่โดยคำนึงถึงคนพิการด้วย และอีกประการคืออยากให้ทาง กกต. ร่วมกับกรมส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการมีการทำงานแบบบูรณาการร่วมกันในเรื่องของจำนวนสถิติคนพิการที่มีสิทธิเลือกตั้งและเข้ามาใช้สิทธิเลือกตั้งเพื่อที่จะได้นำข้อมูลไปพัฒนาต่อยอดให้คนพิการได้เข้าถึงสิทธิได้มากยิ่งขึ้น”

