ขณะนี้คุณอยู่ที่ ›

ศูนย์ตาธรรมศาสตร์..กระหึ่ม!!สร้างชื่อเสียงระดับโลกให้ไทยอีกครั้ง

วันที่ลงข่าว: 10/04/17
จักษุแพทย์และวิศวกรไทยรับรางวัลผลงานนวัตกรรมระดับโลก : หลังจากในปี 2559 ที่ผ่านมา ทีมจักษุแพทย์มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ได้รับรางวัลเหรียญทองจากการแข่งขันตอบปัญหาวิชาการระดับโลกที่ประเทศเม็กซิโกมาแล้วนั้น ในวันที่ 31 มีนาคม 2560 ทีมจักษุแพทย์ธรรมศาสตร์ได้นำผลงานนวัตกรรมไปชนะเลิศถ้วยรางวัลเกียรติยศอันดับ 1 ผลงานสิ่งประดิษฐ์ระดับโลกในงาน 45th International Exhibition of Inventions ที่กรุงเจนีวา ประเทศสวิสเซอร์แลนด์ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 29 มีนาคมถึง 2 เมษายน 2560 โดยมีนักประดิษฐ์จากหลากหลายประเทศทุกมุมโลกส่งผลงานเข้าร่วมประกวด นับเป็นถ้วยรางวัลที่ยิ่งใหญ่ที่สุดตั้งแต่ที่ทีมนักวิจัยไทยเคยได้รับมา
         ผลงานนวัตกรรมทาง Medical Engineering ของศูนย์ตาธรรมศาสตร์ 2
โดยผลงานนวัตกรรมชิ้นสำคัญนี้คือ DeepEye Application เป็นโปรแกรมการตรวจป้องกันตาบอดในผู้สูงอายุและจากโรคเบาหวานขึ้นตาด้วยโปรแกรมในมือถือ โดยทีมจักษุแพทย์ร่วมกับทีมวิศวกรของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ประกอบด้วย รศ.นพ.ศักดิ์ชัย วงศกิตติรักษ์, รศ.ดร.จาตุรงค์ ตันติบัณฑิต และผศ.นพ.ณวพล กาญจนารัณย์ ได้ร่วมกันประดิษฐ์นวัตกรรมที่จะเปลี่ยนรูปแบบการตรวจโรคจอตาให้มีความแม่นยำสูงกว่าในปัจจุบันอย่างมาก
       
จากผลงานนวัตกรรมทาง Medical Engineering ของศูนย์ตาธรรมศาสตร์ 2 เรื่องที่นำมาประกวดในงานนวัตกรรมโลกที่กรุงเจนีวาปีนี้ สามารถกวาดรางวัลใหญ่ที่สุดของงานมาได้ถึง 4 รางวัลคือ
 
-ถ้วยเกียรติยศชนะเลิศอันดับหนึ่ง(Grand Prix)
 
-Special Prize และ Diploma ของกระทรวงวิทยาศาสตร์ฯรัสเซีย
 
-รางวัลเหรียญทองระดับเกียรติยศทั้ง 2 ผลงาน
รางวัลที่ได้รับจากDeepEye Application เป็นโปรแกรมการตรวจป้องกันตาบอด
 
รศ.นพ.ศักดิ์ชัย วงศกิตติรักษ์กล่าวถึงโรคจอตาเสื่อมในผู้สูงอายุและโรคเบาหวานขึ้นตาซึ่งเป็นสาเหตุตาบอดอันดับต้นๆของคนไทยและประชากรทั่วโลก ในสังคมผู้สูงอายุที่มีผู้ป่วยเบาหวานถึง 1 ใน 10 ของประชากรซึ่งทุกคนต้องการการตรวจจอตาทุกหกเดือนถึงหนึ่งปีเพื่อพบรอยโรคระยะเริ่มต้นที่สามารถรักษาไม่ให้ตาบอดได้ ในขณะที่มีจักษุแพทย์มีเพียง 1 คนต่อประชากรเกือบหมื่นคนหรือแสนคนในบางประเทศทำให้ผู้ป่วยเหล่านี้มาพบแพทย์เมื่อสายเกินไป ปัจจุบันใช้การถ่ายภาพจอตาแล้วอ่านผลโดยพยาบาลหรือจักษุแพทย์ทั่วไปซึ่งมีโอกาสเกิดความผิดพลาดได้สูง นวัตกรรม DeepEye นี้จะดึงภาพจอตาของคนกลุ่มเสี่ยงมาให้โปรแกรมแปลผลว่าปกติหรือเริ่มเป็นโรคที่ต้องส่งพบจักษุแพทย์ได้แม่นยำใกล้เคียงกับจักษุแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านจอตา ซึ่งจะทำให้สามารถป้องกันตาบอดจากโรคจอตาได้อย่างมีประสิทธิภาพสูง
             
นวัตกรรมนี้จะมีการนำมาใช้ในประเทศไทยกลางปี 2560 นี้คาดว่าจะช่วยขจัดภาวะตาบอดในผู้สูงอายุและผู้ป่วยเบาหวานของประเทศไทยได้ ซึ่งนอกจากช่วยเพิ่มคุณภาพชีวิตของผู้ป่วยและครอบครัวแล้วยังช่วยลดความสูญเสียทางเศรษฐกิจและสังคมจากความพิการได้อย่างมหาศาล
ที่มาของข่าว หนังสือพิมพ์บ้านเมืองออนไลน์ วันที่ 8 เมษายน 2560
^ กลับสู่เนื้อหาหลัก