ขณะนี้คุณอยู่ที่ ›

ชลบุรีดันสถานประกอบการคุ้มครองแรงงานหญิง ยกระดับสิทธิลาคลอด–สร้างที่ทำงานปลอดภัย

วันที่ลงข่าว: 19/08/26
          วันที่ 19 สิงหาคม 2569 เวลา 09:30 น. ที่ห้องแกรนด์ แปซิฟิก บอลรูม โรงแรมอมารี บางแสน อำเภอเมืองชลบุรี จังหวัดชลบุรี นายชัยพร แพภิรมย์รัตน์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี เป็นประธานเปิดการประชุมเชิงปฏิบัติการเรื่อง “สิทธิแรงงานและการสร้างงานที่มีคุณค่า โดยมุ่งเน้นการคุ้มครองความเป็นมารดา และการป้องกันความรุนแรงและการคุกคามสำหรับแรงงานหญิงในอุตสาหกรรมการผลิต” โดยมีนางเสี่ยวเยี่ยน เฉียน ผู้อำนวยการสำนักงานแรงงานระหว่างประเทศ ประจำประเทศไทย กัมพูชา และ สปป.ลาว, นายจุน ยามาดะ ที่ปรึกษา หัวหน้าฝ่ายองค์การระหว่างประเทศสถานเอกอัครราชทูตญี่ปุ่นประจำประเทศไทย, นายเอกสิทธิ์ คุณานันทกุล ประธานสภาองค์การนายจ้างแห่งประเทศไทย (ECOT), พร้อมด้วยผู้แทนจากสถานประกอบการภาคการผลิตกว่า 50 แห่ง ทั้งในจังหวัดชลบุรี พื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก หรือ EEC และจังหวัดอุตสาหกรรมสำคัญทั่วประเทศ เข้าร่วมกว่า 120 คน ทั้งฝ่ายนายจ้างและผู้แทนแรงงาน เพื่อแลกเปลี่ยนแนวทางในการดูแลแรงงานหญิงให้สามารถทำงานควบคู่กับการดูแลครอบครัวได้อย่างเหมาะสม
         รองผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี กล่าวว่า ชลบุรีเป็นพื้นที่ยุทธศาสตร์สำคัญด้านอุตสาหกรรมและการลงทุนของประเทศ แต่การพัฒนาไม่ได้มุ่งเฉพาะด้านเศรษฐกิจเท่านั้น ต้องให้ความสำคัญกับคุณภาพชีวิตและสิทธิของแรงงานควบคู่กัน โดยเฉพาะแรงงานหญิงซึ่งเป็นกำลังสำคัญของภาคการผลิต พร้อมส่งเสริมให้สถานประกอบการดำเนินการมากกว่ามาตรฐานขั้นต่ำที่กฎหมายกำหนด เพื่อให้แรงงานไม่ต้องเลือกระหว่างหน้าที่การงานกับครอบครัว
         หนึ่งในประเด็นสำคัญคือการบังคับใช้ พระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน (ฉบับที่ 9) พ.ศ. 2568 ซึ่งมีผลตั้งแต่วันที่ 7 ธันวาคม 2568 โดยขยายสิทธิลาคลอดจากเดิม 98 วัน เป็นไม่เกิน 120 วันต่อการตั้งครรภ์หนึ่งครั้ง และให้นายจ้างจ่ายค่าจ้างระหว่างลาคลอดไม่เกิน 60 วัน นอกจากนี้ยังเพิ่มสิทธิให้ลูกจ้างหญิงสามารถลาต่อเนื่องเพื่อดูแลบุตรที่มีภาวะเจ็บป่วยหรือความพิการได้อีก 15 วัน โดยได้รับค่าจ้างร้อยละ 50 และเพิ่มสิทธิให้ลูกจ้างลาเพื่อช่วยเหลือคู่สมรสที่คลอดบุตรได้ 15 วัน โดยได้รับค่าจ้างเต็มจำนวน
         ที่ประชุมยังหารือถึงการดูแลแรงงานหญิงตั้งแต่ก่อนคลอด ระหว่างลาคลอด และการกลับเข้าสู่การทำงาน เช่น การจัดงานที่เหมาะสมกับหญิงตั้งครรภ์ การสนับสนุนพื้นที่ให้นมบุตรหรือปั๊มนม การจัดเวลาทำงานที่ยืดหยุ่น การช่วยเหลือด้านการดูแลเด็ก ตลอดจนการสร้างโอกาสความก้าวหน้าในสายอาชีพอย่างเท่าเทียม
         อีกประเด็นที่ให้ความสำคัญคือการสร้างสถานที่ทำงานที่ปลอดภัยจากความรุนแรงและการคุกคาม ทั้งทางร่างกาย จิตใจ ทางเพศ และทางเศรษฐกิจ โดยเน้นให้สถานประกอบการมีนโยบายที่ชัดเจน มีช่องทางร้องเรียนที่เข้าถึงง่าย ปลอดภัย รักษาความลับ และป้องกันการตอบโต้ผู้ร้องเรียน รวมถึงให้ผู้บริหารและหัวหน้างานมีบทบาทสร้างวัฒนธรรมองค์กรที่เคารพศักดิ์ศรีของแรงงานทุกคน
         ผู้อำนวยการสำนักงานแรงงานระหว่างประเทศ ประจำประเทศไทย กัมพูชา และ สปป.ลาว กล่าวว่า การคุ้มครองความเป็นมารดาเป็นสิทธิขั้นพื้นฐานของแรงงาน ผู้หญิงไม่ควรต้องเลือกระหว่างการมีครอบครัวกับการมีอาชีพ ขณะที่การลงทุนด้านการดูแลแรงงานและครอบครัว ไม่ใช่เพียงต้นทุนของสถานประกอบการ แต่เป็นการลงทุนในคน ผลิตภาพ และความสามารถในการแข่งขันของธุรกิจในระยะยาว
          การประชุมจัดขึ้นโดยองค์การแรงงานระหว่างประเทศ หรือ ILO ภายใต้โครงการ EnhanceRights ร่วมกับสภาองค์การนายจ้างแห่งประเทศไทย และสำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจังหวัดชลบุรี โดยได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาลญี่ปุ่น เพื่อผลักดันให้การเติบโตของภาคอุตสาหกรรมในพื้นที่ EEC เดินควบคู่กับงานที่มีคุณค่า มาตรฐานแรงงานที่สูงขึ้น และคุณภาพชีวิตที่ดีของแรงงานอย่างยั่งยืน
ที่มาของข่าว สำนักข่าว กรมประชาสัมพันธ์
^ กลับสู่เนื้อหาหลัก