เริ่มแล้ว ลงทะเบียน ไทยช่วยไทยพลัส 60/40 รับเงิน 4,000 บาท
เริ่มแล้ว ลงทะเบียน ไทยช่วยไทยพลัส 60/40 รับ 4,000 บาท เงื่อนไข-คุณสมบัติ ใครได้รับสิทธิบ้าง 2 คุณสมบัติอดรับสิทธิ เผย จำนวนสิทธิคงเหลือกว่า 26 ล้านสิทธิ
วันที่ 25 พ.ค.2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับโครงการ “ไทยช่วยไทยพลัส” มาตรการลดค่าครองชีพของรัฐบาล เพื่อช่วยเหลือและบรรเทาภาระค่าครองชีพของประชาชนมาอย่างต่อเนื่อง
ล่าสุดเมื่อวันที่ 19 พ.ค.ที่ผ่าน คณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเห็นชอบโครงการแล้ว และพร้อมเปิดให้ประชาชนลงทะเบียนได้ในวันที่ 25 พ.ค.-29 พ.ค. 2569 รวมระยะเวลา 5 วัน โดยในกลุ่มของประชาชนทั่วไปและมนุษย์เงินเดือนมีผู้มีสิทธิประมาณ 30 ล้านคน
ซึ่งรัฐบาลจะช่วยจ่าย 60% ประชาชนจ่ายเอง 40% สำหรับค่าอาหาร เครื่องดื่ม สินค้า และบริการที่กำหนด โดยรัฐสนับสนุนไม่เกิน 200 บาทต่อคนต่อวัน หรือสูงสุด 1,000 บาทต่อคนต่อเดือน เป็นเวลา 4 เดือน
เช็กสิทธิโครงการ ไทยช่วยไทยพลัส
ลงทะเบียนไทยช่วยไทยพลัส วันไหน วิธีขั้นตอนกดรับสิทธิอย่างไรบ้าง
คุณสมบัติผู้มีสิทธิลงทะเบียน
อายุ 18 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป ณ วันที่ลงทะเบียน
มีบัตรประชาชน สัญชาติไทย
คุณสมบัติต้องห้ามลงทะเบียน
เป็นผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐตามฐานข้อมูลของกระทรวงการคลัง ณ วันที่ 18 พ.ค. 69
เป็นผู้ที่ถูกระงับสิทธิ์หรือถูกเรียกเงินคืนในโครงการคนละครึ่ง ระยะที่ 1-5 และโครงการคนละครึ่งพลัส
ไทยช่วยไทยพลัส ลงทะเบียนวันไหน
เปิดให้ลงทะเบียนวันที่ 25 -29 พ.ค.69 ตั้งแต่เวลา 06.00 -22.00 น.
ลงทะเบียนผ่านแอปพลิเคชัน “เป๋าตัง” (ต้องลงทะเบียนใหม่ทุกคน)
เริ่มใช้สิทธิวันไหน ได้สิทธิประโยชน์อะไรบ้าง
ระยะเวลาการใช้สิทธิ 1 มิ.ย. 69 – 30 ก.ย. 69
วงเงิน 1,000 บาท/คน/เดือน (รวม 4 เดือน จำนวน 4,000 บาท)
ประชาชนรับสิทธิ 60/40 (รัฐสนับสนุน 60 ประชาชนร่วมจ่าย 40)
ใช้สิทธิกับร้านค้าที่ร่วมโครงการได้ตั้งแต่เวลา 06.00-23.00 น. โดยชำระเงินผ่าน G-Wallet
วิธี ขั้นตอนลงทะเบียนรับสิทธิ ไทยช่วยไทยพลัส
เข้าแอปพลิเคชัน “เป๋าตัง“
จากนั้น กดที่รูปโครงการ “ไทยช่วยไทยพลัส” อยู่ที่หน้าแรกของแอป
อ่านรายละเอียดเงื่อนไขโครงการ และกดปุ่ม “ลงทะเบียน“
แสดงข้อความการได้รับสิทธิและวันที่เริ่มใช้สิทธิโครงการได้ กดปุ่ม “ตกลง“
ล่าสุดเมื่อเวลา 06.11 น. วันที่ 25 พ.ค.2569 ภายหลังจากโครงการไทยช่วยไทยพลัส 60/40 เปิดให้ลงทะเบียนแล้ว พบว่า จำนวนสิทธิคงเหลือ 26,397,993 สิทธิ โดยพบว่า ขณะนี้ผู้มีสิทธิบางรายไม่สามรถเข้าระบบได้ เนื่องจากระบบล่ม
นายวินิจ วิเศษสุวรรณภูมิ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง ในฐานะโฆษกกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 19 พ.ค.ที่ผ่านมา คณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติอนุมัติโครงการ “ไทยช่วยไทยพลัส” เพื่อลดผลกระทบจากสถานการณ์วิกฤตพลังงานที่ได้ส่งผลต่อประชาชนทุกสาขาอาชีพและผู้ประกอบการอย่างฉับพลัน รุนแรง มีความไม่แน่นอนสูง
และมีแนวโน้มยืดเยื้อ ผ่านแหล่งเงินเพิ่มเติมภายใต้พระราชกำหนดให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหาผลกระทบจากสถานการณ์วิกฤตด้านพลังงานและสร้างการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานของประเทศ พ.ศ. 2569
โดยในระยะสั้นหากไม่ดำเนินมาตรการช่วยเหลือและประคับประคองเศรษฐกิจอย่างทันท่วงที จะส่งผลให้เกิดการหดตัวของกิจกรรมทางเศรษฐกิจ การปิดกิจการ และการว่างงานเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว
โครงการ “ไทยช่วยไทยพลัส” จะมุ่งเน้น 1.ช่วยเหลือและบรรเทาผลกระทบให้กับประชาชนกลุ่มเปราะบางผ่านกลไกของบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ (บัตรฯ) และ 2.บรรเทาภาระค่าใช้จ่ายและประคับประคองกำลังซื้อภาคประชาชนรวมถึงช่วยเหลือผู้ค้าขายรายย่อยให้สามารถประกอบอาชีพได้อย่างต่อเนื่องเพื่อรักษาความมั่นคงทางเศรษฐกิจของประเทศอย่างจำเป็นรีบด่วนอันมิอาจหลีกเลี่ยงได้ โดยมีรายละเอียด ดังนี้
เปิดรายละเอียดโครงการ บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ปี 2569
ครม.ได้อนุมัติการจัดสรรงบประมาณให้แก่กองทุนประชารัฐสวัสดิการเพื่อเศรษฐกิจฐานรากและสังคม สำหรับโครงการสนับสนุนและช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อยที่ลงทะเบียนในโครงการลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐ ตลอดปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 เพื่อให้ผู้มีบัตรฯ ได้รับสิทธิสวัสดิการแห่งรัฐอย่างต่อเนื่องในปีงบประมาณ พ.ศ. 2569
สำหรับเป็นวงเงินค่าซื้อสินค้าอุปโภคบริโภค วงเงินส่วนลดค่าซื้อก๊าซหุงต้ม วงเงินค่าเดินทางผ่านระบบขนส่งสาธารณะ และวงเงินค่าไฟฟ้าและน้ำประปา
รวมทั้งเป็นเบี้ยสวัสดิการเพิ่มเติมให้แก่คนพิการ และได้อนุมัติโครงการเพิ่มวงเงินสวัสดิการให้แก่ผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ปี 2569 เพื่อเป็นการช่วยเหลือและบรรเทาภาระค่าครองชีพจากวิกฤตพลังงานที่ส่งผลกระทบอย่างรวดเร็วและรุนแรงต่อความเชื่อมั่นและกำลังซื้อของกลุ่มผู้มีรายได้น้อยซึ่งเป็นกลุ่มเปราะบาง
โดยผู้มีบัตรฯ จำนวนประมาณ 13.18 ล้านราย จะได้รับวงเงินเพิ่มอีกจำนวน 700 บาทต่อคนต่อเดือน เพิ่มเติมจากวงเงินที่ได้รับเดิมจำนวน 300 บาทต่อคนต่อเดือน รวม 1,000 บาทต่อเดือนเป็นระยะเวลา 4 เดือน ตั้งแต่เดือนมิ.ย.-ก.ย.2569 (กรณีมีวงเงินคงเหลือในเดือนใด จะไม่มีการสะสมไปในเดือนถัดไป)
กระทรวงการคลังจะเร่งรัดให้มีการดำเนินโครงการลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐรอบใหม่เพื่อคัดกรองตามเกณฑ์คุณสมบัติที่กำหนดสำหรับผู้มีบัตรฯ เดิม พร้อมทั้งประสานกับกระทรวงมหาดไทยสำรวจกลุ่มคนชายขอบที่ตกหล่นให้ได้กลุ่มคนที่ถูกต้อง ตรงตามเป้าหมาย และสอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน โดยกระทรวงการคลังจะเร่งนำเสนอรายละเอียดต่อคณะรัฐมนตรีโดยเร็วต่อไป
สรุปโครงการ บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 2569 จำนวน 13.18 ล้านคน
วงเงิน 1,000 บาท/คน/เดือน (ได้สิทธิทันที ไม่ต้องลงทะเบียน)
ซื้อสินค้าอุปโภคบริโภคจากร้านธงฟ้าฯ ระยะเวลาการใช้สิทธิ 4 เดือน ตั้งแต่วันที่ 1 มิ.ย.69-30 ก.ย.69 รวมวงเงินช่วยเหลือรวมสูงสุดถึง 4,000 บาท แบ่งจ่ายเดือนละ 1,000 บาท 4 เดือน
ประชารัฐสวัสดิการ
วงเงินส่วนลดค่าซื้อก๊าซหุงต้ม 80 บาท/คน/3 เดือน
วงเงินรวมค่าเดินทางผ่านระบบขนส่งสาธารณะ 750 บาท/คน/เดือน
มาตรการบรรเทาภาระค่าสาธารณูปโภค
ค่าไฟฟ้า 315 บาท/ครัวเรือน/เดือน
ค่าน้ำประปา 100 บาท/ครัวเรือน/เดือน
เบี้ยความพิการเพิ่มเติม (มติ ครม. 28 ม.ค.63)
สวัสดิการเบี้ยความพิการเพิ่มเติม จำนวน 200 บาท/ เดือนให้แก่คนพิการที่มีบัตรประจำตัวคนพิการและได้รับบัตร
เงื่อนไขการใช้สิทธิ
ช่วงเวลาการใช้สิทธิโครงการไทยช่วยไทย พลัส กับร้านค้าที่ร่วมโครงการตั้งแต่ เวลา 06.00-23.00 น. โดยชำระเงินผ่าน G-Wallet
ร้านอาหาร เครื่องดื่ม ร้านค้าทั่วไป บริการขนส่งสาธารณะ เช่น รถโดยสารประจำทาง รถสามล้อ รถมอเตอร์ไซค์รับจ้าง เป็นต้น
ยกเว้น ร้านนวด สปา ทำเล็บ ทำผม
สอบถามรายละเอียดเพิ่มได้ที่
ศูนย์ลูกค้าสัมพันธ์บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ โทร. 0 2109 2345
Call Center กรมบัญชีกลาง โทร. 0 2270 6400
สำนักงานปลัดกระทรวงการคลัง 0 2126 5800
สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง โทร. 0 2273 9020 ต่อ 3509 และ 3548
ทั้งนี้ ตั้งแต่วันจันทร์-วันศุกร์ ระหว่างเวลา 08.30-16.30 น. ยกเว้นวันหยุดราชการ และวันหยุดนักขัตฤกษ์
... อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : https://www.khaosod.co.th/breaking-news/news_10257303
ที่มาของข่าว หนังสือพิมพ์ข่าวสดออนไลน์


