โมเดล “ปลูกผักคนพิการ” โดยใช้เทคโนโลยีเกษตรอัจฉริยะควบคุมการให้น้ำอัตโนมัติด้วย IoT
มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี (มจธ.)เป็นสถาบันศึกษาที่มีการทำงานเพื่อชุมชนและสังคมโดยใช้การบูรณาการความรู้จาก การเรียน การวิจัย การบริการวิชาการ ของมหาวิทยาลัยเพื่อแก้ปัญหาหรือพัฒนาให้เกิดประโยชน์ต่อชุมชนและสังคม หนึ่งในพื้นที่ดำเนินการ คือ ตำบลรางบัว อำเภอจอมบึง จังหวัดราชบุรี ซึ่งเป็นที่ตั้งของ มจธ.ราชบุรี ได้มีการจัดการเรียนการสอนหลักสูตรวิศวกรรมศาสตร์ และมีการทำงานวิจัยรวมทั้งการบริการวิชาการให้กับชุมชนและสังคม ภายใต้ชื่อ โครงการรางบัวโมเดล เป็นความร่วมมือระหว่าง มจธ.และหน่วยงานเครือข่าย เพื่อพัฒนาชุมชนแบบองค์รวม 5 ด้าน คือ เศรษฐกิจ สุขภาพ สิ่งแวดล้อม สังคมและการศึกษา โดยมีเป้าหมายเพื่อให้ชุมชนมีการพัฒนาแบบองค์รวมส่งผลให้ชุมชนมีความเข้มแข็งอย่างยั่งยืน
ผศ.ดร.มนัญญา เพียรเจริญ ผู้ช่วยอธิการบดี มจธ.ราชบุรี กล่าวว่า มจธ.ราชบุรี ได้ดำเนินโครงการพัฒนาคุณภาพชีวิตของคนพิการมาตั้งแต่ปี 2562 จนถึงปัจจุบัน สำหรับพื้นที่รางบัว มีคนพิการประมาณ 400 กว่าคน โดยเรามีเป้าหมายว่า จะมีคนพิการอย่างน้อย 40-50 คนมีรายได้เป็นของตัวเอง ประมาณ เดือนละ 1-2 พันบาทต่อเดือน ที่ผ่านมาได้ดำเนินโครงการพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการด้วยโครงการฝึกอบรม-ฝึกงาน เตรียมพร้อมให้คนพิการเข้าสู่การทำงานในสถานประกอบการ แต่คนพิการกลุ่มหนึ่งไม่ได้รับการจ้างงานเพราะเป็นคนพิการทางการเคลื่อนไหว
มจธ.ราชบุรี และเครือข่ายภาคเอกชน คือ บริษัท เบทาโกร จำกัด (มหาชน) มีแนวคิดร่วมกันว่าจะทำอย่างไร ให้คนพิการมีอาชีพ มีรายได้ที่บ้าน หลังสำรวจความต้องการของคนพิการ ว่าพวกเขามีทักษะอะไรบ้าง พบว่า บางคนมีทักษะทางการเกษตร และะอยากปลูกผักสลัด จึงดำเนินโครงการถ่ายทอดเทคโนโลยีการปลูกผักสลัดปลอดสารสำหรับคนพิการทางการเคลื่อนไหว เพื่อสร้างอาชีพตามแนวเศรษฐกิจพอเพียง โดยได้รับการสนับสนุนจากสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ประจำปี 2567 มีเป้าหมายในการส่งเสริมการนำเทคโนโลยีอัจฉริยะมาใช้ในภาคการเกษตร เพื่อสร้างอาชีพที่มั่นคงและพัฒนาคุณภาพชีวิตของผู้พิการ ผู้ดูแล และเกษตรกร
มจธ.ราชบุรีพัฒนาโมเดล “ปลูกผักคนพิการ” โดยใช้เทคโนโลยีเกษตรอัจฉริยะควบคุมการให้น้ำอัตโนมัติด้วย IoTผ่านระบบสมาร์ทโฟน ที่ปรับให้มีความเหมาะสมกับลักษณะการปฏิบัติงานของผู้ที่ต้องใช้รถวีลแชร์ หรือสูญเสียการควบคุมอวัยวะของร่างกาย เช่น แขน ขา นวัตกรรมดังกล่าวช่วยลดแรงงาน เพิ่มผลผลิต และตอบโจทย์แนวคิด “เกษตรอัจฉริยะ” ได้อย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมกันนี้ มจธ.ได้พัฒนาต่อยอดเทคโนโลยีโดยใช้งานวิจัยบริการวิชาการและการจัดการเรียนการสอนร่วมด้วย
กล่าวได้ว่า โครงการนี้ ช่วยสร้างโอกาสให้ผู้พิการสามารถพึ่งพาตนเอง สร้างรายได้อย่างยั่งยืน และมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ด้วยเหตุนี้ มจธ. จึงร่วมมือกับ บริษัท เบทาโกร จำกัด (มหาชน) ขยายผลโครงการ “โมเดลปลูกผักคนพิการ” ในพื้นที่ต่างๆ มากขึ้น เช่น ตำบลช่องสาลิกา อำเภอพัฒนานิคม จังหวัดลพบุรี ปัจจุบันนอกจากส่งเสริมคนพิการปลูกผักสลัดแล้ว ยังส่งเสริมความรู้เรื่องอาชีพการเพาะไข่ผำ การปลูกเห็ด ฯลฯ พร้อมเป็นพี่เลี้ยงจัดหาตลาดรองรับผลผลิตให้แก่ผู้ที่เข้าร่วมโครงการด้วย
” นอกจากสนับสนุนองค์ความรู้ด้านการเกษตรแล้วยังมีซอฟท์สกิลอื่นๆ เข้ามาเกี่ยวข้อง เพื่อให้คนพิการที่ผ่านการอบรมสามารถนำทักษะความรู้ไปสร้างอาชีพได้เองที่บ้าน สำหรับคนที่เข้าร่วมโครงการ มจธ ราชบุรี คอยดูแลเป็นพี่เลี้ยงให้เสมอ ทำให้คนพิการมั่นใจว่า หลังผ่านการฝึกอบรมกับ มจธ.ราชบุรีแล้ว พวกเขาจะมีทักษะติดตัว ในการประกอบอาชีพ จะมีอาชีพและรายได้เลี้ยงดูตัวเองได้ค่ะ “
โมเดลปลูกผักคนพิการ
มจธ. ราชบุรี ร่วมกับ รพ.สต.บ้านหนองนกกระเรียน และเครือข่ายภาคเอกชน ช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตผู้พิการ ด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรมการสร้างทักษะอาชีพ สามารถพึ่งพาตนเองได้อย่างยั่งยืน โดยเริ่มจากใช้พื้นที่ภายในโรงพยาบาบาลส่งเสริมสุขภาพประจำตำบลบ้านหนองนกกระเรียน ม.10 ต.รางบัว อ.จอมบึง จ.ราชบุรี เป็นที่ตั้งของกลุ่มวิสาหกิจชุมชนผู้พิการนำร่องอาชีพ “ผักสลัดปันฝัน” โดยมีนาย สากล บุตรเกตุ หรือเผือก ผู้พิการทางการเคลื่อนไหว เป็นประธานกลุ่มฯ โดยสร้างโต๊ะปลูกผักความสูงเหมาะสมสำหรับรถเข็นวีลแชร์ ขนาดกว้าง 1.2 เมตร ยาว 2.4เมตร สูง 1 เมตร ในราคาต้นทุนประมาณ 6,500 บาท
ส่วนวัสดุปลูก มีต้นทุนประมาณ 400 บาท ประกอบด้วยหน้าดิน 750 กก. ปุ๋ยคอก 10 กก. ใช้ฟางข้าวเป็นวัสดุคลุมดิน ส่วนเมล็ดพันธุ์ผักสลัด จำนวน 1 ซองต่อแปลง ราคา 25 บาท นอกจากนี้ ผู้เข้าโครงการสามารถเลือกปลูกผักอื่นได้เช่น ผักประเภทเครื่องปรุุง ( ผักชีฝรั่ง สะระแหน่ จิงจูฉ่าย) หรือประเภทผักกินใบ ( กะหล่ำปลี คะน้า หอมต้น )
ส่วนเทคโนโลยีที่นำมาใช้ คือ อุปกรณ์รดน้ำระบบควบคุมการเปิดปิดด้วยสมาร์ทโฟนที่อำนวยความสะดวกให้กับผู้พิการ มีต้นทุนประมาณ 3,000 บาท สำหรับระบบควบคุมให้น้ำพืชอัตโนมัติ โดยตั้งเวลรดน้ำอัตโนมัติหรือตามเงื่อนไขอุณหภูมิ ความชื้นที่เหมาะสมผ่านสมาร์ทโฟน ช่วยลดระยะเวลาในการทำงาน ช่วยอำนวยความสะดวกให้แก่ผู้พิการทางการเคลื่อนไหว
เทคโนโลยีระบบสูบน้ำพลังงานแสงอาทิตย์ & IoT คือ เทคโนโลยีที่เชื่อมต่อกับอุปกรณ์ไฟฟ้าต่างๆ ให้สามารถเชื่อมโยง รับส่งข้อมูลและสั่งการควบคุมอุปกรณ์ผ่านเครือข่ายอินเทอร์เน็ตได้ การใช้งาน IoT ในชีวิตประจำวัน เช่น สั่งเปิด-ปิด ตั้งเวลา อุปกรณ์ไฟฟ้าต่างๆ เช่น หลอดไฟ พัดลม เครื่องปรับอากาศ ปั้มน้ำ ผ่านสมาร์ทโฟน ดังนั้น IoT ่จึงเป็นหนึ่งเทคโนโลยีที่ช่วยอำนวยความสะดวก และลดระยะเวลาในการทำงานให้กับเกษตรกร
วิธีการปลูกผักสลัด
คนพิการที่เข้าร่วมโครงการจะได้เรียนรู้ตั้งแต่ขั้นตอนการทำชั้นวางวัสดุปลูก โดยเชื่อมต่อโครงสร้างเหล็กให้มีขนาดกว้าง 1.2 เมตร ยาว 3 เมตร สูง 0.5 เมตร ติดตั้งเสาเหล็กโครงหลังคา และคลุมด้วยพลาสติกคลุมโรงเรือน นำกระเบื้องวางซ้อนเหลื่อมกับชั้นวางวัสดุปลูก จากนั้นนำตาข่ายไนล่อนมาติดตั้งบนกระเบื้องสำหรับวางวัสดุปลูกโดย ยกขอบให้สูงขึ้น 20 ซม.เพื่อป้องกันดินร่วง
เตรียมวัสดุปลูก นำหน้าดินมาใส่ในตาข่ายไนล่อนรองวัสดุปลูก ใส่ปุ๋ยคอกผสมให้เข้ากัน หมักทิ้งไว้ 14 วัน
เพาะเมล็ดพันธุ์ โดยหยอดเมล็ดลงในถาดเพาะที่บรรจุุดินเพาะเมล็ด เกลี่ยดินกลบเมล็ดค่อยๆ รดน้ำและนำถาดเพาะวางไว้ในที่ร่ม 2-3 วัน เมล็ดจะงอก จากนั้น 7-10 วัน นำถาดมาวางไว้ในที่มีแดด เมื่ออายุ 14 วัน จึงย้ายลงแปลงปลูก
ย้ายต้นกล้าลงแปลงปลูก ระยะปลูกระหว่างต้น 20 ซม. ระหว่างแถว 20 ซม.
การดูแลรักษา รดน้ำวันละ 2 ครั้งเช้าและเย็น หากอากาศแห้งให้เพิ่มช่วงเวลาในการรด ใส่ปุ๋ยชีวภาพ (อัตราส่วน 15 มล. ต่อน้ำ 20 ลิตร ) ปริมาณ 3 ลิตร ทุกๆ 5 วัน
เริ่มเก็บเกี่ยวผักสลัดออกขายได้ หลังจากเพาะเมล็ด 40-50 วัน

... อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : https://www.khaosod.co.th/technologychaoban/techno/plants-vegetables-fru...
ที่มาของข่าว https://www.khaosod.co.th/technologychaoban/techno/plants-vegetables-fruit/article_334099


