ขณะนี้คุณอยู่ที่ ›

พมจ.ลำพูน ร่วมกับท้องถิ่น ลงพื้นที่สอบข้อเท็จจริง และให้ความช่วยเหลือคนพิการ ภายหลังได้รับแจ้งผ่านสื่อออนไลน์ "แฟนรายการ สวท.ลำพูน"

วันที่ลงข่าว: 10/10/19

          นางมิ่งขวัญ วีระชาติ พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดลำพูน ได้มอบหมายให้นางสาวอัจฉราวดี ยะคำป้อ ตำแหน่งนักสังคมสงเคราะห์ ร่วมกับรองนายกองค์กรบริหารส่วนจังหวัดลำพูน , รองนายกเทศบาลตำบลทาสบชัย , ปลัดเทศบาลตำบลทาสบชัย , เจ้าหน้าที่เทศบาลตำบลทาสบชัย และผู้ใหญ่บ้าน ลงพื้นที่สอบข้อเท็จจริงและให้ความช่วยเหลือคนพิการ เมื่อวันที่ 7 ตุลาคม 2562 ที่ผ่านมา ภายหลังที่ได้รับแจ้งผ่านสื่อออนไลน์ ผ่านช่องทางเฟซบุ๊ก "แฟนรายการ สวท.ลำพูน" เพื่อร่วมให้การช่วยเหลือคนพิการในเรื่องการปรับสภาพแวดล้อมและที่อยู่อาศัย และกายอุปกรณ์ (ไม้เท้าขาว) จากกองทุนฟื้นฟูสมรรถภาพจังหวัดลำพูน , องค์การบริหารส่วนจังหวัดลำพูน โดยหน่วยงานภาครัฐที่ร่วมลงพื้นที่ จะให้การดูแลช่วยเหลือเพื่อเติมเต็มในโอกาสต่อไป

          พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดลำพูน เปิดเผยว่า จังหวัดลำพูนมีข้อมูลของผู้พิการจัดอยู่ในลำดับที่ 1 ของประเทศ เทียบกับอัตราส่วนประชากร ซึ่งมีมากกว่า 20,000 คน และส่วนใหญ่เป็นผู้สูงอายุที่มีความพิการทางด้านการเคลื่อนไหว ประมาณร้อยละ 66 โดยสำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดลำพูน (พมจ.ลำพูน) มีเครือข่าย ชมรม และสมาคม ในการประสานและดูแลกลุ่มเป้าหมายผู้พิการ และมีกองทุนเพื่อช่วยเหลือผู้พิการและครอบครัว ให้สามารถดำรงชีวิตในสังคมได้อย่างเท่าเทียม

          อีกทั้ง พมจ.ลำพูน ได้ร่วมกับสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย จังหวัดลำพูน (สวท.ลำพูน) เปิดพื้นที่ผลิตรายการเพื่อคนพิการด้อยโอกาสทางสังคม เพื่อเป็นช่องทางการสื่อสารให้องค์ความรู้ ประชาสัมพันธ์ข่าวสารและกิจกรรมให้แก่กลุ่มเป้าหมายผู้พิการ เครือข่าย และผู้ที่สนใจได้รับทราบและเข้าถึงการบริการให้ความช่วยเหลือด้านต่าง ๆ โดยใช้ชื่อรายการ "เสียงจากคนพิการหละปูน" ออกอากาศทุกวันพุธสัปดาห์แรกและสัปดาห์ที่สามของเดือน ในช่วงเวลา 10.10-11.00 น. ทาง สวท.ลำพูน คลื่นความถี่ FM 95 Mhz. เริ่มตั้งแต่เดือนตุลาคม 2562 เป็นต้นไป

          ทั้งนี้ หากผู้พิการและผู้ด้อยโอกาสทางสังคมต้องการคำปรึกษาและขอความช่วยเหลือ สามารถติดต่อสอบถามได้ที่สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ทุกจังหวัด หรือศูนย์ช่วยเหลือสังคม สายด่วน 1300

 

ที่มาของข่าว สำนักข่าว กรมประชาสัมพันธ์
^ กลับสู่เนื้อหาหลัก