ขณะนี้คุณอยู่ที่ ›

จ.นครพนม มอบบ้านช่วยเหลือผู้พิการทางสมอง ตามโครงการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนด้านอาชีพ

วันที่ลงข่าว: 02/10/19

           วันที่ 1 ตุลาคม 2562 ที่บ้านเลขที่ 10 หมู่ 4 บ้านหนองโพธิ์ ตำบลวังยาง อำเภอวังยาง จังหวัดนครพนม นายรังสรรค์ คัมภิรานนท์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม เป็นประธานนำคณะหัวหน้าส่วนราชการ นายอำเภอวังยาง เจ้าหน้าที่ ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และคณะชมรมทูบีนัมเบอร์วันของบริษัทเอกชน ตลอดจนประชาชนในพื้นที่ร่วมมอบบ้านนครพนม สร้างสังคมอุดมสุข พร้อมมอบเงินสงเคราะห์ เครื่องเรือนและเครื่องอุปโภคบริโภค ให้กับนายวีระเชน ชุมปลา ซึ่งเป็นผู้ประสบภัยทางสังคมที่ผ่านการเห็นชอบจากมติที่ประชุมหมู่บ้านและทางอำเภอวังยาง เห็นควรให้ความช่วยเหลือ เนื่องจากเป็นผู้พิการทางสมอง ที่อาศัยเบี้ยผู้พิการในการดำรงชีพ โดยมีญาติคอยดูแลในบ้านที่ไม่มั่นคง ทั้งยังขาดแคลนเครื่องอุปโภคบริโภค 

            สำหรับการมอบบ้านในครั้งนี้เป็นการบูรณาการ ระหว่างโครงการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนด้านอาชีพ ประจำปีงบประมาณ 2562 ซึ่งเป็นโครงการที่หน่วยงานในสังกัดกระทรวงแรงงานจังหวัดนครพนมร่วมกันจัดขึ้น เพื่อแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนด้านอาชีพให้กับประชาชนวัยแรงงาน ผู้เดือดร้อนด้านอาชีพให้มีโอกาสได้ฝึกอบรม พัฒนาทักษะ ฝีมือ เพื่อเพิ่มพูนศักยภาพและเป็นการกระตุ้นให้แรงงานได้ตระหนักถึงความสำคัญของการพัฒนาตนเอง พึ่งพาตนเอง และสามารถช่วยเหลือซึ่งกันและกันในชุมชนได้ ภายใต้กิจกรรมพัฒนาทักษะฝีมือ หลักสูตรก่ออิฐฉาบปูน ร่วมกับโครงการนครพนม สร้างสังคมอุดมสุข ซึ่งเป็นโครงการที่จังหวัดนครพนมได้มีการบูรณาการหน่วยงานต่าง ๆ ในการค้นหาผู้ประสบภัยทางสังคมและให้ความช่วยเหลือ เพื่อยกระดับครัวเรือนเป้าหมายให้ผ่านเกณฑ์ด้านรายได้ บรรเทาความเดือดร้อนของประชาชน ให้ได้รับความช่วยเหลือตามสภาพปัญหาและเป็นการส่งเสริมการเข้าถึงบริการให้กับประชาชนในพื้นที่ 

            โดยบ้านที่สร้างและมอบให้ในครั้งนี้ สำนักงานแรงงานจังหวัดนครพนม ได้นำคณะวิทยากรและผู้เข้ารับการฝึกอบรมลงพื้นที่ดำเนินการ ระหว่างวันที่ 5 - 9 สิงหาคม 2562 จนแล้วเสร็จ ทั้งนี้ทุกคนที่เข้ารับร่วมโครงการจะมีเบี้ยเลี้ยงในแต่ละวัน ก็ได้นำเงินในส่วนนี้สมทบทุน เพื่อซื้อวัสดุอุปกรณ์ก่อสร้างทั้งหมด รวมเป็นเงิน 42,600 บาท  ขณะที่องค์การบริหารส่วนตำบลวังยาง ก็ได้สนับสนุนงบประมาณก่อสร้างห้องน้ำเพิ่มเติมอีกจำนวน 20,000 บาท 

ที่มาของข่าว สำนักข่าว กรมประชาสัมพันธ์
^ กลับสู่เนื้อหาหลัก