ขณะนี้คุณอยู่ที่ ›

“รําลึกถึงท่าน สว.มณเฑียร บุญตัน บุญตัน”

บรรยายโดย : นายสว่าง ศรีสม
         นายสว่าง ศรีสม กล่าวถึงประวัติท่านว่า อาจารย์มณเฑียร บุญตัน สมรสกับ นางยูมิ ชิราอิชิ ชาวญี่ปุ่น เมื่อปี พ.ศ. 2540 ทั้งสองท่านพบรักกันตั้งแต่สมัยเรียนที่สหรัฐฯ ในปี พ.ศ. 2533 นายมณเฑียร บุญตัน บุญตัน เริ่มรับราชการเป็นอาจารย์ประจำวิทยาลัยราชสุดา มหาวิทยาลัยมหิดล เป็นกรรมการและเลขาธิการมูลนิธิคนตาบอดไทย เป็นผู้ช่วยผู้จัดการโครงการเดซี่สากล DAISY ย่อมาจากคำว่า Digital Accessible Information System  ซึ่งเป็นเทคโนโลยีการผลิตหนังสือเสียงแบบดิจิตอล และเป็นนายกสมาคมคนตาบอดแห่งประเทศไทย ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2541 ต่อมาในปี พ.ศ. 2550 นายมณเฑียร บุญตัน บุญตัน ได้รับแต่งตั้งเป็นวุฒิสมาชิกจากการสรรหาในปี พ.ศ. 2554 ได้รับแต่งตั้งเป็นวุฒิสมาชิกจากการสรรหาอีกครั้งส่วนปี พ.ศ. 2557 ได้รับการแต่งตั้งเป็นสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ หรือว่า สนช. และปี พ.ศ. 2562 ได้รับแต่งตั้งเป็นสมาชิกวุฒิสภาไทย ชุดที่ 12 ในปัจจุบัน
           ต่อจากนี้ผมอยากจะพูดถึงประสบการณ์ส่วนตัวของตัวเอง ที่ได้มีโอกาสรู้จักกับท่าน ซึ่งต้องบอกว่า ได้รู้จักท่านหลายปี ตั้งแต่ผมเริ่มเข้ามาทำงานที่ กรุงเทพฯ ครั้งแรกในปี พ.ศ. 2546 นั่นคือครั้งแรกที่ผมได้เข็นรถเข้ามาในเขตกรุงเทพมหานคร ได้อาศัยในเมืองใหญ่แห่งนี้เพื่อมาทำงาน ที่ ศูนย์พัฒนาและฝึกอบรมคนพิการแห่งเอเชียและแปซิฟิก หรือเรียกสั้นๆ ว่า APCD การมาทำงานในสถานที่แห่งนี้เป็นที่แรกที่ทำให้ผมได้มีโอกาสเจอกับ ท่าน สว.มณเฑียร บุญตัน ซึ่งในขณะนั้นเรียกท่านว่า อาจารย์มณเฑียร บุญตัน ผมเจอท่านครั้งแรกในงานสัมมนาเชิงปฏิบัติการระดับภูมิภาค เรื่องของการสร้างเครือข่ายด้วยเว็บ ซึ่งจัดขึ้นในเดือนกรกฎาคม ปี พ.ศ. 2546  ท่านมากล่าวในพิธีเปิดงานรวมถึงร่วมงานพิธีปิด ความประทับใจแรกที่มีต่ออาจารย์มณเฑียร บุญตัน มีสองอย่างคือ อย่างที่หนึ่ง อาจารย์มณเฑียร บุญตัน ทำให้ผมรู้ว่า คนตาบอดสามารถใช้งานคอมพิวเตอร์ได้ เพราะตอนนั้นต้องบอกว่า ผมเป็นเด็ก เป็นคนพิการมาจากต่างจังหวัดเคยเข้ามากรุงเทพฯ บ้าง ตอนที่เรียนอยู่ที่ โรงเรียนอาชีวะพระมหาไถ่ พัทยา ได้มีโอกาสเข้ามาร่วมกิจกรรมต่างๆ ในกรุงเทพฯ นานๆ ครั้ง แต่ไม่เคยรู้ว่า โลกมันพัฒนาไปถึงไหนแล้ว ไม่เคยรู้ด้วยว่าคนตาบอดใช้งานคอมพิวเตอร์ได้ด้วย หลังจากที่ผมได้เห็นอาจารย์ใช้คอมพิวเตอร์ให้ดู ผมรู้สึกทึ่งมากทำให้ผมมีแรงบันดาลใจอยากรู้ว่าคนตาบอดเข้าถึงข้อมูลข่าวสารได้อย่างไร และเราต้องทำข้อมูลข่าวสารอย่างไร ต้องทำเว็บไซต์อย่างไรเพื่อให้คนตาบอดสามารถใช้งานหรือเข้าถึงข้อมูลข่าวสารได้อย่างสะดวกที่สุด เป็นแรงบันดาลใจให้ผมสนใจมาเรียนรู้เรื่องนี้อย่างเข้มข้น หลังจากที่ได้มีโอกาสพบอาจารย์มณเฑียร บุญตัน ครั้งแรกในวันนั้น และอีกหนึ่งความประทับใจคืออาจารย์เป็นคนที่ใช้งานภาษาอังกฤษ พูดภาษาอังกฤษได้ดีมาก เนื่องจากว่าการจัดงานในวันนั้นเป็นการจัดงานในระดับภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก มีผู้นําคนพิการจากหลายๆ ประเทศเข้ามาร่วมประชุม ร่วมเรียนรู้วิธีการสร้างเว็บที่ทุกคนสามารถเข้าถึงได้  อาจารย์กล่าวเปิดงานเป็นภาษาอังกฤษ ผมรู้สึกประทับใจมากว่าคนตาบอดคนนี้พูดภาษาอังกฤษได้ดี สําเนียงชัด สําเนียงเป๊ะมาก จึงเป็นการสร้างแรงบันดาลใจให้ผมหรือว่าจุดประกายให้ผมสนใจอยากจะพูดภาษาอังกฤษให้ได้อย่างอาจารย์บ้าง นี่คือความประทับใจสองอย่างที่ได้ผลักดันให้ผมได้ทำสองสิ่งในช่วงแรกที่เข้ามาทำงานในกรุงเทพฯ
          อาจารย์มณเฑียร บุญตัน เกิดเมื่อวันที่ 2 พ.ค. 2508 เป็นชาว อ.สูงเม่น จ.แพร่ และเป็นวุฒิสมาชิกคนแรกของไทยที่เป็นคนพิการมาตั้งแต่กำเนิด เคยเป็นประธานคณะอนุกรรมาธิการกิจการคนพิการ ในคณะกรรมาธิการการพัฒนาสังคม และกิจการเด็ก เยาวชน สตรี ผู้สูงอายุ คนพิการและผู้ด้อยโอกาส วุฒิสภา
          อาจารย์มณเฑียร บุญตัน เคยเป็นอดีตนายกสมาคมคนตาบอดแห่งประเทศไทย ทำงานด้านการช่วยเหลือและผลักดันสิทธิและสวัสดิการที่เกี่ยวข้องกับคนพิการ เป็นผู้แทนคนพิการคนแรกในประเทศไทย และคนแรกในอาเซียนที่ได้รับการเลือกตั้งให้เป็น คณะกรรมการว่าด้วยสิทธิคนพิการแห่งสหประชาชาติ (UN-Committee Convention on the Rights of Persons with Disabilities-CRPD) วาระปี พ.ศ. 2556-2559
          อาจารย์มณเฑียร บุญตัน ยังเคยได้รับฉายา “คนดีศรีสภา ปี 2551” จากสื่อมวลชนประจำรัฐสภา รวมถึงทำเนียบเอกอัครราชทูตญี่ปุ่น ประจำประเทศไทย ยังเคยจัดพิธีมอบเกียรติบัตรเพื่อยกย่อง อาจารย์มณเฑียร บุญตัน ในฐานะบุคคลที่เป็นผู้เชื่อมสัมพันธไมตรี และทำคุณประโยชน์ระหว่างประเทศไทยกับประเทศญี่ปุ่นด้วย
 
          ดร.สุภรธรรม มงคลสวัสดิ์ เลขาธิการมูลนิธิพระมหาไถ่เพื่อการพัฒนาคนพิการ เขียนบทความสั้นๆ เพื่อเป็นการไว้อาลัยให้แก่การจากไปของท่าน สว.มณเฑียร บุญตัน
                                                  อาลัย สว.มณเฑียร บุญตัน
          เช้าวันอาทิตย์ที่ 2 มีนาคม 2567 ข่าวการถึงแก่อนิจกรรมสะเทือนใจผมมาก ผมยกเลิกสิ่งที่ตั้งใจจะทำในวันนั้นและคิดวกวนกับเรื่องนี้ เมื่อตั้งสติได้จึงค่อยปล่อยวางด้วยความเชื่อว่าอาจารย์คือผู้ที่มีบุญบารมีจากไปโดยไม่เจ็บป่วยทรมาน แต่อดห่วงใยถึงครอบครัวของอาจารย์มณเฑียร บุญตัน ไม่ได้ ผมไม่ได้ใกล้ชิดกับอาจารย์มากนักยังสะเทือนใจขนาดนี้ แล้วครอบครัว ญาติมิตร และผู้ทำงานใกล้ชิดกับอาจารย์จะรู้สึกอย่างไร
          ผมขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งไปยังครอบครัวของอาจารย์และทุกท่านที่เกี่ยวข้องทั้งทางตรงและทางอ้อม ความสูญเสียนี้ไม่ใช่ความสูญเสียของคนพิการแต่เป็นความสูญเสียของคนไทยและมนุษยชาติผู้ใฝ่หาสิทธิเสรีภาพและความเสมอภาคเท่าเทียม
          อาจารย์มณเฑียร บุญตัน สนใจการเมืองมาตั้งแต่เด็ก ๆ อาจารย์เคยให้สัมภาษณ์กับผมว่า “...ก็เพราะว่าการขับเคลื่อนการเมืองในเรื่องของคนพิการ เราขับเคลื่อนนอกสภามาตลอด แล้วก็ได้ผลบ้างไม่ได้ผลบ้าง แม้ว่าจะได้ผลมากขึ้นหลังปี พ.ศ. 2534 แล้วก็เห็นชัดเจนขึ้นในปี พ.ศ. 2540 ต่อเนื่องมาเรื่อย ๆ แต่ว่ากลไกของรัฐยังไม่เปิดรับคนพิการอย่างเต็มที่นะครับ เราก็เลยมองกันว่าการเมืองภาคพลเมืองอย่างเดียวหรือภาคประชาสังคมอย่างเดียวอาจจะไม่พอ เพราะฉะนั้นการเข้ามามีส่วนร่วมในกลไกทางการเมืองกระแสหลักก็มีความจำเป็น... สนใจเรื่องการเมืองมาตั้งแต่เด็ก ๆ สนใจการมีส่วนร่วมทางการเมือง เชื่อว่าการเมืองจะเป็นคำตอบในการแก้ปัญหาหลายอย่าง คือมองการเมืองในแง่บวก ผมเป็นคนมองการเมืองในแง่บวก ผมคิดว่าเรารังเกียจการเมืองไม่ได้นะ แม้ว่ากระแสในบางช่วงบางจังหวะสังคมอาจจะทำให้รังเกียจนักการเมือง แต่เราไปรังเกียจการเมืองหรือกิจกรรมทางการเมืองไม่ได้...” 
          ผมทำงานกับอาจารย์มณเฑียร บุญตัน ตั้งแต่ช่วงเป็นคณะกรรมการที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี ด้วยกัน ผมเป็นนักปฏิบัติและผมได้เรียนรู้ความเป็นนักคิดจากอาจารย์มณเฑียร บุญตัน ท่านเป็นนักคิดที่มีแนวคิดในระดับสากลและอาจารย์ได้นำความรู้และประสบการณ์ในระดับสากลเข้ามาบรรจุไว้ในกฎหมายของคนพิการไทย รวมถึงแผนและนโยบายต่าง ๆ ของรัฐบาลที่เราได้ร่วมกันผลักดัน ความใฝ่รู้ ยิ้มสู้ และไม่ย่อท้อของอาจารย์มณเฑียร บุญตัน ปรากฏให้เห็นเสมอในการทำงาน ทุกเรื่องที่อาจารย์นำเสนอมาจากการศึกษาค้นคว้าและเสนอต่อที่ประชุมด้วยไมตรีจิตอย่างไม่ย่อท้อ แม้บางเรื่องต้องพูดซ้ำ ๆ สักกี่ครั้งก็ตาม
          ก่อนครบหนึ่งทศวรรษพระราชบัญญัติส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ พ.ศ. 2550 ผมได้แลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับอาจารย์มณเฑียร บุญตัน ถึงสถานการณ์การขับเคลื่อนงานคนพิการในประเทศไทย อาจารย์กล่าวว่า “...ผมไม่กล้าไปตำหนิวิพากษ์ผู้นำเป็นรายบุคคลนะครับ ผมมองภาพรวมว่าตอนนี้ทุกคนก็ busy กับการเฉลิมฉลองความมั่งคั่งที่มีอยู่ ยังไม่กลับมา อันนี้น่ากลัวนะ ฉลองงานเลี้ยงนะอาจารย์อาจจะนานไปหน่อยจัดงานเลี้ยงมา 9 ปี หลังจากที่เราประสบความสำเร็จอย่างยิ่งยวด เราก็จัดงานเลี้ยงเฉลิมฉลองกันมา 9 ปี ผมว่ามันน่าจะ (คิด) งานเลี้ยงก็คงจะต้องเพลา ๆ ลงบ้าง...” เป็นความห่วงใยของอาจารย์มณเฑียร บุญตัน ที่มีต่อองค์กรของคนพิการที่ควรมุ่งให้ความสำคัญกับงานการพิทักษ์สิทธิคนพิการ
          อาจารย์เป็นผู้รับใช้ที่ไม่ยอมจำนนอย่างแท้จริง ดังที่อาจารย์ได้ประกาศตัวในทุกเวที ผมทราบดีว่าบทบาทในฐานะวุฒิสมาชิกของอาจารย์มณเฑียร บุญตัน เหนื่อยหนักแค่ไหน อาจารย์ไม่ได้ทำงานแค่ในวุฒิสภาแต่อาจารย์ลงพื้นที่เยี่ยมและให้กำลังใจคนพิการและหน่วยงานในระดับจังหวัด อาจารย์นำพาสมาคมคนตาบอดฯ และร่วมขับเคลื่อนกับองค์กรของคนพิการอย่างเข้มแข็ง อาจารย์ไม่ได้ใส่สูทประชุมอยู่แต่ในสภาสูงเท่านั้น แต่อาจารย์เดินถนนกับเพื่อนคนพิการ อาจารย์ทำงานทั้งหน้าฉากและหลังฉาก (lobby) อาจารย์ผลักดันสาระสำคัญที่เกี่ยวข้องกับคนพิการในกฎหมายสำคัญ ทั้งรัฐธรรมนูญ 2540 2550 และ 2560 การเสนอให้บรรจุสาระสำคัญเกี่ยวกับคนพิการไว้ในกฎหมายเกี่ยวกับการจัดซื้อจัดจ้างของหน่วยงานภาครัฐ การเข้าถึงเทคโนโลยีดิจิทัล การตั้งกระทู้ถามและติดตามการทำงานของรัฐในประเด็นที่คนพิการถูกละเมิดสิทธิครั้งแล้วครั้งเล่า
          ผู้นำที่มีความรู้ความสามารถพร้อมสรรพกับประสบการณ์อย่างโชกโชน ที่สำคัญที่สุดคือเป็นผู้นำที่เสียสละ มีความกล้าหาญ และอยู่ในตำแหน่งสำคัญนับจำนวนได้ในสังคมไทย การจากไปของอาจารย์มณเฑียร บุญตัน นอกจากความสูญเสียและต่างเสียใจแล้ว จึงเป็นมรณานุสติที่จักต้องใคร่ครวญถึงวิถีชีวิตแห่งสิทธิเสรีภาพและความเสมอภาคเท่าเทียม ขอให้ดวงวิญญาณของอาจารย์มณเฑียร บุญตัน ได้จุติบนสรวงสวรรค์และสู่นิพพานเป็นนิรันดร
                                                                                                    ดร.สุภรธรรม มงคลสวัสดิ์
                                                                                ในนามมูลนิธิพระมหาไถ่เพื่อการพัฒนาคนพิการ
                                                                                                              6 มีนาคม 2567
 
          นายสว่าง ศรีสม ทิ้งท้ายว่า “ผมเชื่อว่า ท่านอาจารย์มณเฑียร บุญตัน หรือว่า ท่านสว.มณเฑียร บุญตัน เป็นอีกหนึ่งผู้นําคนพิการที่ยิ่งใหญ่ในแวดวงคนพิการ ที่เคารพนับถือเนื่องจากว่า อาจารย์ได้สร้างคุณูปการมากมายเพื่อการเข้าถึงสิทธิและความเสมอภาคของคนพิการ ขอให้อาจารย์หลับสบาย ไปสู่สุคติและอยู่ในภพภูมิที่ดี อาจารย์จะอยู่ในความทรงจำของพวกเราตลอดไป”

... สามารถติดตามรับฟังรายการรวมใจเป็นหนึ่ง ได้ทางสถานีวิทยุศึกษา FM 92 MHz หรือ www.moeradiothai.net รายการรวมใจเป็นหนึ่ง ออกอากาศทุกวันเสาร์และวันอาทิตย์ เวลา 11.30 - 12.00 น. ทางสถานีวิทยุศึกษา FM 92 MHz

ภาพประกอบรายการวิทยุรวมใจเป็นหนึ่ง

แบบประเมินคุณภาพสื่อ สสพ.

คุณพอใจกับคุณภาพสื่อข้างต้นมากน้อยเพียงใด
  • พอใจมาก0
  • พอใจ0
  • ปานกลาง0
  • ไม่พอใจ0
  • ไม่พอใจมาก0
^ กลับสู่เนื้อหาหลัก