ขณะนี้คุณอยู่ที่ ›

เลือกตั้ง+ประชามติ 69: เช็กให้ชัวร์ เตรียมตัวให้พร้อมก่อนเข้าคูหา

วันที่ลงข่าว: 05/02/26

วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 ผู้มีสิทธิเลือกตั้งทั่วประเทศจะเข้าคูหาไปเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) ในเขตพื้นที่ตามทะเบียนบ้านของตัวเอง ในวันเดียวกันนี้เอง ผู้มีสิทธิออกเสียงประชามติทั้งประเทศจะเข้าคูหาไปออกเสียงประชามติในประเด็นคำถามว่า “ท่านเห็นชอบว่าสมควรมีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่หรือไม่” ในสถานที่ต่างๆ ทั้งในเขตตามทะเบียนบ้านของตัวเอง และนอกเขตเลือกตั้งตามสถานที่ที่ได้ลงทะเบียนไว้
 
ผู้มีสิทธิเลือกตั้งจะต้องมีคุณสมบัติครบถ้วนและ ต้องไม่ใช่ผู้ที่ลงทะเบียนขอใช้สิทธิเลือกตั้งล่วงหน้าไว้เพราะหากลงทะเบียนไว้แล้วแต่ไม่ไปใช้สิทธิ จะกลับมาใช้สิทธิในวันเลือกตั้งจริงไม่ได้
 
โดยผู้มีสิทธิเลือกตั้ง/มีสิทธิออกเสียงประชามติจะต้องมีคุณสมบัติดังต่อไปนี้
 
· มีสัญชาติไทย (หากแปลงสัญชาติต้องได้สัญชาติไทยมาแล้วไม่น้อยกว่า 5 ปี)
· มีอายุไม่ต่ำกว่า 18 ปีในวันเลือกตั้ง (หมายความรวมถึงผู้ที่เกิดวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2551 และคนที่เกิดก่อนหน้านั้น)
· มีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านในเขตเลือกตั้ง ไม่น้อยกว่า 90 วันนับถึงวันเลือกตั้ง (ย้ายทะเบียนบ้านวันสุดท้ายวันที่ 10 พฤศจิกายน 2568)
 
ในกรณีที่ย้ายทะเบียนบ้านตั้งแต่วันที่ 11 พฤศจิกายน 2568 เป็นต้นไป จะทำให้ชื่อของผู้นั้นยังอยู่ที่ที่อยู่ตามทะเบียนบ้านเดิม ถ้าประสงค์จะใช้สิทธิในเขตทะเบียนบ้านใหม่จะต้องลงทะเบียนขอใช้สิทธิเลือกตั้งล่วงหน้าเพื่อใช้สิทธิในวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2569 หรือลงทะเบียนประชามตินอกเขตเพื่อออกเสียงในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 หากไม่ได้ลงทะเบียนไว้ให้กลับไปใช้สิทธิที่เขตหรืออำเภอตามทะเบียนบ้านเดิม
 
นอกจากนี้ ผู้มีสิทธิเลือกตั้งจะต้อง ไม่มีคุณสมบัติต้องห้าม ดังต่อไปนี้
· เป็นพระภิกษุ สามเณร นักพรต นักบวช
· ถูกเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง
· ต้องคุมขังโดยหมายของศาลหรือคำสั่งที่ชอบด้วยกฎหมาย
· เป็นคนวิกลจริตหรือฟั่นเฟือนไม่สมประกอบ
 
ขั้นตอนการไปใช้สิทธิเลือกตั้ง-ออกเสียงประชามติในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 มีดังนี้
เตรียมตัวก่อนไปถึงหน่วยเลือกตั้ง
1. ผู้มีสิทธิเลือกตั้งเช็กสิทธิเลือกตั้งและออกเสียงประชามติ สถานที่และหน่วยเลือกตั้ง-ออกเสียง รวมถึงลำดับที่ในบัญชีของตนเอง อย่าลืมพกบัตรประจำตัวประชาชน หรือเอกสารที่ราชการออกให้ที่มีรูปถ่ายและเลขประจำตัวประชาชน 13 หลักไปด้วย เช่น หนังสือเดินทาง ใบขับขี่ หรือจะดาวน์โหลดแอป ThaID เพื่อแสดงบัตรประจำตัวประชาชนแบบอิเล็กทรอนิกส์ก็ได้
 
เช็กสิทธิเลือกตั้ง: https://boraservices.bora.dopa.go.th/election/enqelection/
เช็กสิทธิออกเสียงประชามติ: https://boraservices.bora.dopa.go.th/election/enqelectionpm/
 
2. อย่าลืมเช็กหมายเลขพรรคการเมืองเพื่อเลือก สส. แบบบัญชีรายชื่อ (บัตรสีชมพูเลือกพรรค) และหมายเลขผู้สมัคร สส. แบบแบ่งเขต (บัตรสีเขียวเลือกสส.) ของเขตที่เรามีสิทธิเลือกตั้ง
 
เตรียมพร้อมเมื่อไปถึงเขต/สถานที่เลือกตั้งแล้ว
1. ตรงไปที่หน้าหน่วยเลือกตั้งที่มีสิทธิ: สามารถเช็กที่บอร์ดหน้าหน่วยได้อีกครั้งว่ามีชื่อสกุลและลำดับที่ในบัญชีของตนเองอยู่หรือไม่ และตรวจสอบหมายเลขของผู้สมัครสส.แบบเขตและแบบบัญชีรายชื่ออีกครั้งเพื่อความแน่ใจ ก่อนเข้าแสดงตนกับเจ้าหน้าที่เพื่อใช้สิทธิเลือกตั้ง
 
คูหาเปิด 08:00 – 17:00 น. หากปรากฏตัวที่หน่วยเลือกตั้งก่อนเวลา 17:00 น. แต่ยังไม่ได้แสดงตนหรือรับบัตรเลือกตั้งหรือบัตรออกเสียงก็ยังสามารถใช้สิทธิเลือกตั้งได้
 
2. แสดงตนกับเจ้าหน้าที่: แจ้งลำดับที่ในบัญชีรายชื่อและยื่นบัตรประชาชน หรือเอกสารที่ราชการออกให้และมีเลขประจำตัวประชาชน 13 หลัก และมีรูปถ่าย เช่น ใบขับขี่ เพื่อให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบรายชื่อ
(บัตรประชาชนหมดอายุก็ใช้ได้) เมื่อเจ้าหน้าที่ผู้ทำหน้าที่ตรวจสอบพบชื่อแล้ว ให้เราตรวจสอบข้อมูลว่าถูกต้องหรือไม่ แล้วจึงลงลายมือชื่อไว้เป็นหลักฐานว่า มาใช้สิทธิจริง
 
3. รับบัตรเลือกตั้งกับเจ้าหน้าที่: หลังจากเจ้าหน้าที่ผู้ทำหน้าที่ตรวจสอบและยืนยันตัวตนได้ตรวจสอบเราเรียบร้อย ก็จะส่งบัตรประชาชนของเราให้เจ้าหน้าที่ผู้ทำหน้าที่มอบบัตรเลือกตั้ง 2 ประเภท ได้แก่ บัตรเลือกตั้งแบบแบ่งเขตและบัตรเลือกตั้งแบบบัญชีรายชื่อ ซึ่งเจ้าหน้าที่จะจดลำดับที่ในบัญชีรายชื่อของเราไว้ที่ต้นขั้วบัตรเลือกตั้ง และให้เราลงลายมือชื่อที่ต้นขั้วบัตรเลือกตั้งโดยเจ้าหน้าที่จะลงลายมือชื่อกำกับไว้ที่ต้นขั้วเช่นกัน หลังจากนั้นเจ้าหน้าที่จะฉีกบัตรออกจากต้นขั้วและส่งมอบบัตรเลือกตั้งให้
 
ถ้าหากผู้มีสิทธิเลือกตั้งไม่สามารถลงลายมือชื่อได้ ให้พิมพ์ลายนิ้วมือของนิ้วโป้งข้างขวา ถ้าไม่มีนิ้วโป้งขวาให้พิมพ์ลายนิ้วมือของนิ้วโป้งซ้าย แต่ถ้าไม่มีนิ้วโป้งทั้ง 2 ข้าง ให้พิมพ์ลายนิ้วมืออื่นแทนและกรรมการประจำหน่วยจะใส่หมายเหตุไว้
 
เข้าคูหาที่ 1: ลงคะแนนเลือกตั้ง สส. บนบัตร 2 ใบ
1.     เข้าคูหา ทำเครื่องหมาย “กากบาท” ในบัตรเลือกตั้ง 2 ใบ: ในคูหาเลือกตั้งจะมีปากกาเตรียมไว้ให้แล้ว แต่ถ้านำไปเองก็แนะนำให้ใช้สีน้ำเงินเพราะจะอ่านง่ายกว่าเวลาเจ้าหน้าที่นับคะแนน
 
บัตรเลือกตั้งใบแรก เลือกตั้งผู้สมัคร ส.ส. แบบแบ่งเขต (สีเขียวเลือกสส.)
 
จะมีแค่หมายเลขมาให้ ไม่มีข้อมูลชื่อ-นามสกุลผู้สมัคร ไม่มีโลโก้พรรค ต้องจำหมายเลขให้ดีตั้งแต่แรก
 
บัตรเลือกตั้งใบที่ 2 เลือกผู้สมัคร ส.ส. แบบบัญชีรายชื่อพรรคการเมือง (สีชมพูเลือกพรรคการเมือง)
 
จะมีโลโก้พรรคการเมืองระบุไว้ในบัตร แต่ถ้าจำหมายเลขได้ก็จะช่วยหาเจอและกาได้ไว้ขึ้น
 
ให้ทำเครื่องหมาย “กากบาท” ในช่องว่างสำหรับทำเครื่องหมาย โดยให้ทำเครื่องหมายกากบาทแค่ครั้งเดียวเท่านั้นแต่ละบัตรเลือกตั้ง สามารถกาเลือกได้เพียงหมายเลขเดียว อย่ากาหลายหมายเลข
 
หากไม่อยากเลือกผู้สมัคร ส.ส. แบบแบ่งเขตคนใดเลย และ/หรือ ไม่ประสงค์จะเลือกบัญชีรายชื่อจากพรรคการเมืองใดเลย ให้ทำเครื่องหมายกากบาทในช่อง “ไม่เลือกผู้สมัครผู้ใด” หรือ “ไม่เลือกบัญชีรายชื่อของพรรคการเมืองใด”
 
ระวัง! ข้อห้าม ไม่ควรทำพฤติกรรมดังต่อไปนี้ เพราะบัตรเลือกตั้งนั้นจะกลายเป็น “บัตรเสีย”ไม่ถูกนับเป็นคะแนน
 
· ทำเครื่องหมายอื่นนอกจากกากบาท เช่น กากบาทแล้วใส่วงเล็บล้อม ทำเครื่องหมายดาว วาดรูปหัวใจ ทำสี่เหลี่ยม เขียนคำหรือหมายเลขพรรคที่จะเลือก
 
· ใส่เครื่องหมายกากบาทมากกว่าหนึ่งอันขึ้นไปในช่องเดียว
 
· ทำเครื่องหมายกากบาทนอกช่องทำเครื่องหมาย
 
· กาหมายเลขมากกว่าหนึ่งหมายเลขขึ้นไป
 
· เขียนข้อความใดๆ ลงในบัตรเลือกตั้ง
 
· ปล่อยช่องเว้นว่างไว้ ไม่กาหมายเลขใดเลย
 
· กาทั้งช่อง “ไม่เลือกผู้สมัครผู้ใด” หรือ “ไม่เลือกบัญชีรายชื่อของพรรคการเมืองใด” และกาหมายเลขผู้สมัคร ส.ส. แบบแบ่งเขต หรือหมายเลขบัญชีรายชื่อพรรคการเมืองด้วย
 
· กาในช่องที่ไม่มีผู้สมัคร
 
ระวัง! ห้ามทำพฤติกรรมเหล่านี้ ผิดกฎหมายและมีโทษ
 
· นำบัตรเลือกตั้งออกไปจากหน่วยเลือกตั้ง
 
· ถ่ายภาพบัตรเลือกตั้งที่ลงคะแนนแล้ว
 
· ทำเครื่องหมายเป็นจุดสังเกตในบัตรเลือกตั้ง
 
· โชว์บัตรเลือกตั้งกาแล้วให้คนอื่นเพื่อให้ทราบว่าเลือกใคร
 
2. พับแล้วหย่อนบัตรเลือกตั้งลงหีบด้วยตนเอง: หลังจากกากบาทบัตรเลือกตั้งเรียบร้อยทั้ง 2 ใบแล้ว พับบัตรให้เรียบร้อยก่อนนำไปหย่อนลงหีบด้วยตนเอง โดยหีบจะมี 2 ใบตามบัตรแต่ละประเภท หีบใส่บัตร สส. แบบแบ่งเขตและหีบใส่บัตร สส.แบบบัญชีรายชื่อ เช็กหีบให้ถูกต้องตามประเภท แล้วจึงค่อยนำบัตรไปหย่อนลงในหีบบัตรเลือกตั้งให้ถูกต้อง
 
เข้าคูหาที่ 2: ออกเสียงประชามติ
1. แสดงตนกับเจ้าหน้าที่: เมื่อหย่อนบัตรเลือกตั้งสส. แล้ว ที่โต๊ะบริเวณใกล้คูหาจะเป็นจุดแสดงตนเพื่อออกเสียงประชามติ ให้แจ้งลำดับที่ในบัญชีรายชื่อของเรา และยื่นบัตรประชาชน หรือเอกสารที่ราชการออกให้และมีเลขประจำตัวประชาชน 13 หลักและมีรูปถ่าย เช่น ใบขับขี่ เพื่อให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบรายชื่อ (บัตรประชาชนหมดอายุก็ใช้ได้)
 
เมื่อเจ้าหน้าที่ผู้ทำหน้าที่ตรวจสอบและยืนยันตัวตนพบชื่อแล้ว ให้เราตรวจสอบข้อมูลว่าถูกต้องหรือไม่ แล้วจึงลงลายมือชื่อไว้เป็นหลักฐานว่าเป็นผู้มาใช้สิทธิจริง
 
2. รับบัตรออกเสียงประชามติ: เมื่อแสดงตน และเจ้าหน้าที่ตรวจสอบเรียบร้อยแล้ว เจ้าหน้าที่จะส่งบัตรประชาชนไปให้เจ้าหน้าที่ผู้ดูแลบัตรออกเสียงประชามติ โดยจะจดลำดับที่ในบัญชีรายชื่อไว้ที่ต้นขั้วบัตรออกเสียงประชามติ และให้เราลงลายมือชื่อที่ต้นขั้วบัตร จากนั้นเจ้าหน้าที่จะลงลายมือชื่อกำกับที่ต้นขั้วเช่นกัน แล้วฉีกบัตรออกจากต้นขั้วส่งให้พร้อมคืนบัตรประชาชน
 
3. เข้าคูหา ทำเครื่องหมาย “กากบาท” ใน บัตรออกเสียงประชามติ สีเหลือง: ในคูหาเลือกตั้งจะมีปากกาเตรียมไว้ให้แล้วเช่นกัน แต่ถ้านำไปเองก็แนะนำให้ใช้สีน้ำเงิน เพราะจะอ่านง่ายกว่าเวลาเจ้าหน้าที่นับคะแนน
 
ทำเครื่องหมาย กากบาท ลงในช่องสำหรับทำเครื่องหมาย
 
· กากบาทช่องซ้าย ถ้าต้องการออกเสียง “เห็นชอบ”
· กากบาทช่องขวา ถ้าต้องการออกเสียง “ไม่เห็นชอบ”
· หากไม่ประสงค์แสดงความคิดเห็น ให้กากบาทช่อง “ไม่แสดงความคิดเห็น”
 
ส่วนข้อห้ามเรื่องทำบัตรเสียและการกระทำต่อบัตรออกเสียงที่มีบทลงโทษตามกฎหมาย มีลักษณะเดียวกับการทำบัตรเสียและการกระทำที่มีโทษตามกฎหมายการเลือกตั้ง สส.
 
4. พับแล้วหย่อนบัตรเลือกตั้งลงหีบด้วยตนเอง: หลังจากกากบาทบัตรออกเสียงประชามติเรียบร้อยแล้ว พับบัตรให้เรียบร้อยก่อนนำไปหย่อนลงหีบด้วยตนเอง
 
หย่อนบัตรผิดหีบ ไม่เสียสิทธิ ไม่ผิดกฎหมาย กปน. มีหน้าที่ส่งบัตรให้ถูกหีบ
การเลือกตั้ง สส. พร้อมออกเสียงประชามติในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 นี้ มีบัตรลงคะแนน 3 ใบ คูหา 2 คูหา และหีบหย่อนบัตร 3 ใบด้วยกัน
 
การมีบัตรและคูหาจำนวนมากเช่นนี้อาจทำให้เกิดความกังวลว่า จะหย่อนผิดหย่อนถูก และอาจทำให้เสียสิทธิได้ แต่ไม่ต้องกังวลไป เนื่องจากเมื่อเข้าไปในหน่วยเลือกตั้งแล้ว เจ้าหน้าที่ประจำหน่วยเลือกตั้งและออกเสียงจะอำนวยความสะดวกให้สามารถหย่อนบัตรออกเสียงได้ถูกจุด
 
และหากเกิดเหตุสุดวิสัยจริงๆ ที่หย่อนบัตรผิดหีบ ก็ไม่ต้องกังวล เพราะ ระเบียบคณะกรรมการการเลือกตั้งว่าด้วยการออกเสียงประชามติที่กำหนดวันออกเสียงประชามติในวันเดียวกับวันเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เป็นการเลือกตั้งทั่วไป พ.ศ. 2568  ข้อ 85 เปิดช่องให้กรรมการประจำหน่วยออกเสียงสามารถคัดแยกบัตรที่ผิดหีบ เพื่อนำส่งให้ประธาน กปน. นำไปนับคะแนนในประเภทที่ถูกต้องได้ ทำให้คะแนนเสียงของท่านไม่สูญหาย
 
 

ที่มาของข่าว www.ilaw.or.th

ภาพประกอบข่าวประชาสัมพันธ์

^ กลับสู่เนื้อหาหลัก