ขณะนี้คุณอยู่ที่ ›

อาสาสมัครแพทย์นานาชาติ ชุบชีวิตผู้ด้อยโอกาส!!

วันที่ลงข่าว: 01/02/13

 

"การทำงานเป็นอาสาสมัครแพทย์ หรือ พยาบาล ถึงแม้เหนื่อยแค่ไหนแต่ก็เต็มใจและภูมิใจที่ได้ช่วยเหลือคนไข้ให้หายจากอาการเจ็บป่วย ช่วยให้คนที่ด้อยโอกาสในการรักษาหรือไม่สามารถช่วยตัวเองได้ ให้กลับมามีชีวิตใหม่ที่สามารถดูแลตัวเองและใช้ชีวิตอยู่ในสังคมได้อย่างปกติสุข"  ดร.ริชาร์ด เรเดตต์ Director of Pediatric Plastic Surgery จากมหาวิทยาลัยแพทย์ จอห์น ฮอปกินส์ กล่าวในพิธีเปิดโครงการอาสาสมัครแพทย์และพยาบาลนานาชาติ ให้การรักษาผู้ป่วยชาวไทย มอบรอยยิ้มรับปีใหม่ โดยไม่คิดค่าใช้จ่ายปีที่ 8  ประจำปี 2556 เมื่อวันที่ 22 มกราคม 2556 ณ ห้องประชุม พล.อ.อ.ประพันธ์ ธูปะเตมีย์ โรงพยาบาลภูมิพลอดุลยเดช โดยปีนี้ อาสาสมัครแพทย์ พยาบาล ทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ ที่เดินทางมาให้การรักษาในโครงการมีจำนวนทั้งหมด 60 คน

               ดร.ริชาร์ด อายุ 47 ปี เล่าว่า ก่อนหน้าที่จะได้เข้าร่วมเป็นอาสาสมัครแพทย์ในโครงการดังกล่าว เคยเป็นอาสาสมัครที่มูลนิธิ "Feed The Children" ทำงานด้านพัฒนาและสงเคราะห์เด็ก ที่รัฐฟลอริดา ประเทศสหรัฐอเมริกา เป็นอาสาสมัครที่มูลนิธิดังกล่าวเป็นเวลา 12 ปี โดยช่วยเหลือในเรื่องจัดส่งอาหาร ยารักษาโรค เสื้อผ้าและข้าวของที่จำเป็นให้แก่เด็กและครอบครัวที่ขาดแคลนจากสงคราม ความยากจน และผู้ที่ประสบภัยธรรมชาติ เมื่อทราบว่าสมาคมแพทย์ไทยในสหรัฐอเมริกา มีโครงการอาสาสมัครแพทย์ พยาบาลไทย และนานาชาติ จึงตัดสินใจเขาร่วมเป็นแพทย์อาสาสมัครกับทางสมาคม โดยปีนี้ถือเป็นปีแรกที่ได้ร่วมงานกับคนไทย    

               "แม้งานอาสาเป็นงานที่เหนื่อย ต้องทุ่มเท ทั้งแรงกาย แรงใจ แต่แพทย์อาสาสมัครเป็นชีวิตของผม ผมมีความสุขที่ได้ทำงานในส่วนนี้ และผมจะทำงานอาสาสมัครเช่นนี้ต่อไปเรื่อยๆ ตราบที่สภาพร่างกายยังไหว" ดร.ริชาร์ดกล่าวด้วยรอยยิ้ม

               นางธิดา เพชรช่อ อดีตพยาบาล จากเมืองแอตแลนตา รัฐจอร์เจีย ประเทศสหรัฐอเมริกา อายุ 63 ปี เรียนจบพยาบาลศาสตร์จากมหาวิทยาลัยเชียงใหม่(มช.) ทำงานที่ รพ.รามาธิบดี 1 ปี ไปเรียนต่อต่างประเทศและแต่งงาน ทำงานเป็นพยาบาลและเป็นอาสาสมัครที่เมืองแอตแลนตา รัฐจอร์เจีย สหรัฐอเมริกา เข้าร่วมเป็นอาสาสมัครได้ 6 ปีแล้ว

               "ทุกครั้งที่ได้ช่วยผู้ป่วยที่ด้อยโอกาส รู้สึกคิดถึงพี่น้องชาวไทยที่ด้อยโอกาสด้วย อยากให้ผู้ด้อยโอกาสในการรักษาพยาบาลในประเทศไทย ได้รับการรักษาที่ดี มีชีวิตและสุขภาพที่ดีขึ้น สามารถใช้ชีวิตอยู่ในสังคมได้อย่างมีความสุข การเป็นอาสาสมัครเป็นเรื่องที่ดีและเป็นกุศลที่ช่วยเหลือผู้ด้อยโอกาส ไม่มีค่าตอบแทนใดๆ เราทำงานด้วยใจอาสาจริงๆ สมัครใจที่จะทำไม่มีใครมาบังคับ การที่เราเป็นส่วนหนึ่งในการทำให้ชีวิตของผู้ด้อยโอกาสมีชีวิตที่ดีขึ้น มีสุขภาพที่แข็งแรงขึ้น แค่นี้ก็ถือเป็นเกียรติแก่ชีวิตเราแล้ว" อดีตพยาบาล กล่าว

               น.ส.ดวงเด่น วงศ์นันทา อายุ 30 ปี ชาวจังหวัด ฉะเชิงเทรา คุณแม่ของน้องสุพตร ชัยประเสริฐ อายุ 4 เดือน เล่าว่า น้องป่วยเป็นผู้พิการโรคปากแหว่ง-เพดานโหว่ ตั้งแต่แรกเกิด คุณหมอแนะนำว่าสามารถรักษาได้ เพียงแต่ต้องรอให้น้องมีอายุมากกว่านี้ จึงรอคอยเวลาที่จะพาน้องไปรักษา เมื่อน้องมีอายุ 4 เดือนได้พาเข้ารักษาในโครงการอาสาสมัครแพทย์และพยาบาลนานาชาติ เพื่อผู้ป่วยชาวไทยผู้ยากไร้ และด้อยโอกาส ในท้องถิ่นทุรกันดารของประเทศไทย โดยทราบข้อมูลจากสาธารณสุขจังหวัดฉะเชิงเทรา เจ้าหน้าที่สาธารณสุขแจ้งว่ามีโครงการนี้จัดขึ้น สามารถพาน้องเข้ารักษาพยาบาลโดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆ อีกทั้งยังได้รับความร่วมมือจากกองทัพ ในการรับส่งผู้ป่วยโดยใช้เครื่องบินขนส่งของกองทัพเรือ และเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลภูมิพลอดุลยเดช

               น.ส.วิภาวรรณ เหล็มเด็น อายุ 30 ปี ชาวจังหวัด สงขลา คุณแม่ของน้อง อานัท เหล็มเด็น อายุ 4 ปี ผู้ป่วยโรคปากแหว่ง-เพดานโหว่ เล่าว่า น้องป่วยตั้งแต่แรกเกิด และเมื่อน้องอายุได้ 4 ปี ทราบข่าวจากอนามัยว่า มีโครงการดังกล่าว ไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งค่ารักษาพยาบาลและค่าเดินทาง จึงตัดสินใจเข้าร่วมโครงการนี้ เนื่องจากมีฐานะไม่ดีนัก หากไม่มีโครงการดีๆ แบบนี้ น้องก็ไม่ได้รักษา

               "อยากขอบคุณที่มีโครงการดีๆ แบบนี้ที่ช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ผู้ด้อยโอกาส ได้รับการดูแลรักษาอย่างดีและอบอุ่นมาก และไม่รังเกียจผู้ด้อยโอกาสอย่างเรา อยากให้มีโครงการดีๆ แบบนี้ต่อไปเรื่อยๆ เพราะยังมีอีกหลายๆ คนหลายๆ ครอบครัวที่ยังรอการช่วยเหลืออยู่" น.ส.วิภาวรรณกล่าว

 

 

โดย...พรรณรพี กมลรัตน์

ที่มาของข่าว หนังสือพิมพ์คมชัดลึกออนไลน์ วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2556
^ กลับสู่เนื้อหาหลัก