ขณะนี้คุณอยู่ที่ ›

เปิดสถิติ "คนพิการ" ในไทยล่าสุด ปี 60 มี 3.7 ล้านคน 55% ยังไม่ขึ้นทะเบียน

วันที่ลงข่าว: 24/09/19

          สำนักงานสถิติฯ ร่วมยูนิเซฟ แถลงผลสำรวจความพิการ ล่าสุด ปี 2560 พบประชากรไทยพิการ 3.7 ล้านคน พบผู้หญิงมากกว่าผู้ชาย ส่วนใหญ่เป็นผู้สูงอายุ เหนือ-อีสาน มีประชากรพิการมากกว่าภาคอื่น 98.5% เข้าถึงสวัสดิการรักษาพยาบาล 43% ได้รับเบี้ยยังชีพคนพิการ พบ 55% ไม่จดทะเบียนคนพิการ เหตุไม่ต้องการจด ระดับความพิการไม่ถึง 15% ต้องการใช้เครื่องช่วยแต่ไม่มี

          วันที่ 29 มี.ค.2562 สำนักงานสถิติแห่งชาติ ร่วมกับองค์การยูนิเซฟประเทศไทย แถลงผล “การสำรวจความพิการ พ.ศ. 2560” โดยนายภุชพงค์ โนดไธสง ผู้อำนวยการสำนักงานสถิติแห่งชาติ แถลงว่า สำนักงานสถิติแห่งชาติ สำรวจความพิการเป็นประจำทุก 5 ปี สำรวจมาแล้ว 3 ครั้ง ในปี 2545 , 2550 และ 2555 สำหรับการสำรวจปี 2560 เป็นครั้งที่ 4 เก็บรวบรวมข้อมูลเดือนตุลาคม - ธันวาคม พ.ศ. 2560 จากจำนวนครัวเรือนตัวอย่างประมาณ 109,000 ครัวเรือน มีวัตถุประสงค์เพื่อเก็บข้อมูลเกี่ยวกับประชากรพิการ คือ ผู้ที่มีความลำบากหรือปัญหาสุขภาพ หรือมีลักษณะความบกพร่องทางร่างกาย จิตใจ หรือสติปัญญา อย่างน้อย 1 ประเภท ได้แก่ ข้อมูลภาวะสุขภาพ สวัสดิการ การใช้เครื่องช่วย การใช้คอมพิวเตอร์และอินเทอร์เน็ต รวมทั้งข้อมูลผู้ดูแลของประชากรพิการที่มีความลำบากในการดูแลตนเอง

          นายภุชพงค์ กล่าวว่า การสำรวจความพิการ พ.ศ. 2560 เป็นครั้งแรกที่ใช้ชุดคำถามความพิการของเด็กอายุ 2-17 ปี ซึ่งพัฒนาโดยกลุ่มวอชิงตัน และองค์การยูนิเซฟ เพื่อให้เหมาะสมกับลักษณะความพิการที่เกิดขึ้นในวัยเด็ก และใช้ชุดคำถามความพิการของกลุ่มวอชิงตัน สำหรับผู้ใหญ่อายุตั้งแต่ 18 ปีขึ้นไปอีกด้วย นอกจากนี้ การสำรวจฯ ยังระบุความพิการจากลักษณะความบกพร่องทางร่างกาย จิตใจ หรือสติปัญญา โดยสอบถามข้อมูลของประชากรทุกกลุ่มอายุตั้งแต่แรกเกิดเป็นต้นไป ซึ่งสะท้อนภาพรวมของผู้พิการครบถ้วนสมบูรณ์ยิ่งขึ้น เพื่อให้ประเทศมีข้อมูลสถิติผู้พิการที่จำเป็นต่อการกำหนดนโยบายต่างๆ และให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง สามารถนำข้อมูลไปใช้ในการวางแผนนโยบายสำหรับผู้พิการได้อย่างเหมาะสมสอดคล้องกับความต้องการ เพื่อให้ผู้พิการมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น

          นายภุชพงค์ กล่าวว่า ผลการสำรวจความพิการ พ.ศ. 2560 พบว่า ประเทศไทยมีประชากรพิการประมาณ 3.7 ล้านคน หรือร้อยละ 5.5 ของประชากรทั่วประเทศ สัดส่วนเป็นผู้หญิงมากกว่าผู้ชาย โดยผู้หญิงพิการร้อยละ 5.7 ผู้ชายร้อยละ 5.2 ส่วนใหญ่เป็นกลุ่มผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไป ร้อยละ 20.6 โดยนอกเขตเทศบาลมีประชากรพิการร้อยละ 6.2 มากกว่าในเขตเทศบาลที่พบร้อยละ 4.5 โดยเฉพาะภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีประชากรพิการสูงกว่าภาคอื่น (ร้อยละ 7.0 และ 6.5 ตามลำดับ) และเมื่อพิจารณาตามลักษณะความพิการ พบว่า เป็นประชากรที่มีความลำบากหรือปัญหาสุขภาพที่เป็นข้อจำกัดในการทำกิจกรรม มีร้อยละ 4.1 หรือประชากรที่มีลักษณะความบกพร่องทางร่างกาย จิตใจ หรือสติปัญญา มีร้อยละ 4.2 สำหรับประชากรที่มีทั้งสองลักษณะ คือมีความลำบาก/ปัญหาสุขภาพ และลักษณะความบกพร่อง มีร้อยละ 2.8 หรือ 1.9 ล้านคน

          จากการสำรวจการเข้าถึงความช่วยเหลือหรือสวัสดิการของรัฐและการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ พบว่า ประชากรพิการเกือบทุกคนได้รับสวัสดิการค่ารักษาพยาบาลหลักของรัฐ ร้อยละ 98.5 ประชากรพิการได้จดทะเบียนคนพิการร้อยละ 44.4 ได้รับเบี้ยยังชีพคนพิการร้อยละ 43.8 และมีเพียงเล็กน้อยร้อยละ 0.6 ที่จดทะเบียนแล้วแต่ยังไม่ได้รับเบี้ยยังชีพคนพิการ ซึ่งอาจจะอยู่ในระหว่างดำเนินการหรือยังไม่ได้ยื่นขอรับเบี้ยยังชีพคนพิการ สำหรับประชากรพิการที่ไม่ได้จดทะเบียนคนพิการมีมากกว่าครึ่ง ร้อยละ 55.6 เนื่องจากไม่ต้องการจดทะเบียน รวมไม่คิดว่าตนเองพิการ หรือความพิการไม่อยู่ในระดับที่จดทะเบียนได้ ซึ่งมีค่อนข้างมากถึงร้อยละ 48.0 และมีอีกเพียงเล็กน้อยร้อยละ 7.6 ที่ไม่ได้จดทะเบียนคนพิการ เนื่องจากไม่ทราบข้อมูลเกี่ยวกับการจดทะเบียน ไม่มีคนพาไป และเดินทางไม่สะดวก เป็นต้น

          ทั้งนี้ ยังมีประชากรพิการอีกร้อยละ 15.1 มีความจำเป็นต้องใช้เครื่องช่วยแต่ไม่มี และผู้พิการ 1 ใน 5 หรือร้อยละ 21.2 ต้องการความช่วยเหลือหรือสวัสดิการจากรัฐแต่ยังไม่ได้รับ ซึ่งความช่วยเหลือที่มีความต้องการมากที่สุด 5 ลำดับแรก คือ การสนับสนุนผู้ช่วยคนพิการ การกู้ยืมเงินเพื่อประกอบอาชีพ การส่งเสริมการประกอบอาชีพอิสระ การปรับสภาพแวดล้อมที่อยู่อาศัย และการให้คำแนะนำปรึกษา

          นอกจากนี้ พบว่า เด็กพิการวัยเรียนอายุ 5-17 ปี มีถึงร้อยละ 37.8 ที่ปัจจุบันไม่ได้เรียน รวมเด็กที่ไม่เคยเรียนหรือเคยเรียนแต่ปัจจุบันไม่ได้เรียน ซึ่งเหตุผลส่วนใหญ่เนื่องจากป่วยหรือพิการจนกระทั่งไม่สามารถเรียนได้ รองลงมา คือ จบการศึกษาแล้ว และมีปัญหาทางความประพฤติ เป็นต้น สำหรับประชากรพิการวัยแรงงาน อายุ 15-59 ปี เพียงร้อยละ 40.6 ที่มีงานทำ ส่วนการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศของประชากรพิการอายุตั้งแต่ 5 ปีขึ้นไปมีสัดส่วนน้อยมาก คือ ผู้พิการที่ใช้คอมพิวเตอร์และอินเทอร์เน็ตมีเพียงร้อยละ 5.8 และ 9.2 ตามลำดับ

          "ผลการสำรวจข้างต้น แสดงให้เห็นว่าประชากรพิการยังได้รับความช่วยเหลือหรือสวัสดิการจากรัฐบาลไม่ครบถ้วนเพียงพอในเรื่องการศึกษา การประกอบอาชีพ การจดทะเบียนคนพิการ และอุปกรณ์เครื่องช่วยสำหรับผู้พิการ ดังนั้นรัฐบาลควรสนับสนุนช่วยเหลือผู้พิการในเรื่องดังกล่าวให้ครอบคลุมทั่วถึง เพื่อให้ผู้พิการมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น" นายภุชพงค์ กล่าว

ที่มาของข่าว https://mgronline.com/qol/detail/9620000031460
^ กลับสู่เนื้อหาหลัก